ูอีกฝ่ายที่อยู่ในความงุนงง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย “คนอย่างเจ้ายังกล้าสู้กับข้าอีกหรือ?”
ลู่เฉินไม่ได้พูดสิ่งใด ในขณะที่นักบุญหญิงยื่นมือขวาออกไป จากนั้นกระแสน้ำวนสีฟ้าก็ปรากฏขึ้น ในเวลาเดียวกันในกระแสน้ำวนสีฟ้าก็มีไอเย็นเยียบที่ทรงพลัง ราวกับว่ามันสามารถแช่แข็งวิญญาณของคนคนหนึ่งได้
แต่เมื่อนักบุญหญิงกำลังจะตบฝ่ามือออกไป จู่ ๆ กุ่ยเจี๋ยก็ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังนักบุญหญิงแล้วลอบโจมตีนาง นางที่ไร้ซึ่งการป้องกันไม่รู้แม้กระทั่งว่ากุ่ยเจี๋ยอยู่ด้านหลัง ด้วยเหตุนี้ความสนใจของนางทั้งหมดจึงอยู่ที่ลู่เฉิน
บุญหญิงจึงกรีดร้อง เงาวิญญาณของนางอ่อนแอลงมาก
ไม่เพียงเท่านั้น ‘ปราการวิญญาณ’ โดยรอบก็รวมตัวกันและค่อย ๆ ยับยั้งนางไว้ นักบุญหญิงตกใจมาก “เกิดอันใดขึ้น?”
ลู่เฉินหัวเราะ “เจ้าคิดอย่างไร?”
นางหันกลับมาด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงนั้น และมองไปที่ลู่เฉินซึ่งไม่ได้งุนงงอยู่ข้างหลังนางอีกต่อไป “เจ้า เจ้าไม่ได้ถูกข้าสะกดจิตหรือ?”
“สะกดจิต? ที่เจ้าสำแดงเมื่อครู่นี่น่ะหรือ?” ชายหนุ่มหัวเราะ
นักบุญหญิงตกใจทันที “เจ้าโกหกข้าอีกแล้วหรือ?”
“เจ้าโง่เอง จะมาโทษข้าได้อย่างไร?”
“ข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!” นักบุญหญิงโกรธจัด
“เจ้าคิดว่ายังมีทางให้หลบหนีอีกหรือ?” ชายหนุ่มถาม
นักบุญหญิงคิดจะหนี แต่เกราะป้องกันสีดำรอบตัวนางก็เล็กลงเรื่อย ๆ ทำให้นางหงุดหงิดใจมาก “เจ้ารอข้าด้วย!”
หลังจากพูดจบ นักบุญหญิงก็นั่