งขัดสมาธิ จากนั้นเงาวิญญาณสีฟ้าก็กลายเป็นเปลวไฟสีฟ้า ชายหนุ่มพลันสงสัยว่า “สำนักเหมันต์สงัด เคล็ดวิชาลี้ยมโลกหรือ?!”
“เจ้ารู้จักแม้กระทั่งเคล็ดวิชาลี้ยมโลกหรือ?” นักบุญหญิงถามเอ่ยถามอย่างโกรธเคือง
“เคล็ดวิชาลี้ยมโลก เป็นเคล็ดลี้วิญญาณ แต่การจะสำแดงมันได้ต้องใช้เวลาที่ฝึกฝนวิญญาณไปนับหมื่นปี พูดง่าย ๆ ก็คือวิญญาณจะอ่อนแอลง และเจ้าเพิ่งถูกโจมตีไปหนึ่งครั้ง ถ้าเจ้าใช้อีกครั้ง จิตวิญญาณของเจ้าจะเปราะบางมากขึ้น!” ลู่เฉินขู่นาง
“ยอมอ่อนแอดีกว่าตายที่นี่หรือถูกควบคุมโดยเจ้า!” นักบุญหญิงพูดอย่างโกรธจัด
ลู่เฉินมีท่าทีเย็นชา “อย่าปล่อยให้นางหนีไป!”
กุ่ยเจี๋ยที่อยู่ในเกราะป้องกันเตรียมพร้อมที่จะโจมตีอีกครั้งทันที แต่นักบุญหญิงก็เหมือนเงาภูตผีอย่างไรอย่างนั้น ไม่ว่ากุ่ยเจี๋ยจะโจมตีอย่างไรก็ไม่สามารถทำร้ายนางได้จนกว่านางจะหายไปอย่างสมบูรณ์ แต่ก่อนนางจะหายไป นักบุญหญิงก็ก่นด่าอย่างเคียดแค้นว่า “เดี๋ยวก่อน ข้าจะทำให้เจ้าไม่อาจออกไปจากพระราชวังเหมันต์ของข้าได้!”
จากนั้นเสียงก็หายไปอย่างสมบูรณ์ และชายหนุ่มก็ได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็วและควบคุมร่างกายของตนไว้ได้
วานรขาวที่เฝ้าดูอยู่ข้างนอกตกใจเมื่อเห็นว่าอยู่ ๆ ดวงตาของลู่เฉินก็เป็นประกาย ยิ่งไปกว่านั้นน้ำแข็งก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ “เจ้า เหตุใดเจ้าถึงไมเ่ป็นอันใด?”
ชายหนุ่มรู้ว่าวานรขาวยังคงได้รับบาดเจ็บ หากจับเขาได้ก็ได้รู้เรื่องสำนักเหมันต์สงัดเพิ่มขึ้