ที่อ่อนแอของเขา จึงตกใจอย่างยิ่ง “นี่คือสิ่งใด?!”
“ตราประทับภูตผีที่สามารถทำให้การโจมตีทั้งหมดของเจ้าไร้ผลกับข้า ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ายังไม่สามารถใส่ความข้าได้ มิฉะนั้นเจ้าจะถูกแว้งกัด จนทำให้มอดม้วยไป” ลู่เฉินยิ้ม
นี่เป็นครั้งแรกที่เสวี่ยจิ่วได้ยินสิ่งแปลกประหลาดเช่นนี้ แต่เขากลับพูดอย่างไม่กลัวตายว่า “มาเถิด ให้ข้าม้วยมอดไปเถิด!”
ลู่เฉินยิ้มแปลก ๆ “ตราประทับภูตผีนี้ยังมีความสามารถอีกอย่าง!”
“ความสามารถอันใด?”
“กลืนความทรงจำของเจ้าจนกว่าเจ้าจะตายอย่างสมบูรณ์ ความทรงจำทั้งหมดจะเข้าสู่ความทรงจำของข้า ถึงยามนั้นข้าก็สามารถอ่านมันได้หากข้าต้องการ” คำพูดของลู่เฉินทำให้เสวี่ยจิ่วเป็นกังวล
เมื่อเห็นท่าทางกังวลของเสวี่ยจิ่ว ลู่เฉินก็ยิ้มกว้าง
รอยยิ้มของชายหนุ่มทำให้เสวี่ยจิ่วรู้สึกหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น และเขาพึมพำว่า “สำนักเหมันต์สงัดจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่!”
“เช่นนั้น เจ้ายอมตายดีกว่าตอบคำถามของข้าใช่หรือไม่?” หลังจากเห็นอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้ ลู่เฉินก็สงสัยว่าพวกสำนักเหมันต์สงัดควบคุมพวกเขาอย่างไร พวกเขาถึงยอมตายดีกว่ายอมจำนน
เงาสีขาวของเสวี่ยจิ่วกะพริบไม่หยุด และในขณะเดียวกันก็พูดด้วยความโกรธว่า “ถูกต้อง ข้ายอมตายดีกว่ายอมจำนน!”
ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกล่าวอย่างเย็นชา “ถ้าเป็นเช่นนี้ ข้าต้องยืมความทรงจำของเจ้าแล้ว”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็โคจรพลังในการกลืนความทรงจำของตราประทับภูตผี และเ