งเดิน และเมื่อวานรขาวเห็นลู่เฉินกลายเป็นมนุษย์น้ำแข็งไปแล้วทั้งยังมีแววตาสีแดงเลือด เขาจึงพูดด้วยความตื่นเต้น “นายท่านจิ่ว ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก”
“ข้าบอกแล้ว เป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” เสวี่ยจิ่วพูดด้วยความลำพอง
“ใช่ นายท่านจิ่วลงมือเอง ไม่มีผู้ใดที่ท่านจัดการไม่ได้” วานรขาวยังคงพูดเยินยอต่อไป
“ย่อมเป็นเช่นนั้น!” เสวี่ยจิ่วตอบด้วยความพึงพอใจ
วานรขาวจ้องมองไปยังแววตาสีแดงเลือดคู่นั้น และลู่เฉินที่ไม่ขยับกายพลางยิ้มเย็นชาออกมา “ในที่สุด เจ้าก็มีวันนี้!”
เสวี่ยจิ่วหัวเราะ “ไป นักบุญหญิงยังรอพวกเราอยู่!”
“ขอรับ!”
คนทั้งสองเดินไปตามทางเดินด้วยกันได้ระยะทางหนึ่ง จึงมาถึงอีกมุมของของพระราชวังน้ำแข็ง ที่นี่มีรูปปั้นน้ำแข็งอยู่ และมีแสงสีน้ำเงินจาง ๆ สว่างอยู่ในขณะนั้น
เมื่อมองดูอย่างละเอียดแล้ว รูปปั้นน้ำแข็งนี้เป็นหญิงสาวนางหนึ่ง
เมื่อเสวี่ยจิ่วเห็นรูปปั้นน้ำแข็งนี้ จึงกล่าวด้วยความเคารพว่า “นักบุญหญิง ดูนั่น ข้าจับเขามาแล้ว!”