้ นักบุญหญิงก็มีวิธีทำให้เจ้าซื่อสัตย์ต่อนางได้!” เมื่อเสวี่ยจิ่วรู้สึกภูมิใจจึงโบกมือขึ้น
ชายหนุ่มดูราวกับเป็น ‘มนุษย์น้ำแข็ง’ และถูกพลังของเสวี่ยจิ่วลากตัวออกไป
ขณะที่กำลังเดินทางอยู่นั้น เสวี่ยจิ่วพูดเยาะเย้ยขึ้นมา “ข้าก็หลงคิดว่าเจ้าจะจัดการได้ยาก แต่กลับจัดการได้ง่ายเช่นนี้”
ลู่เฉินจงใจพูดด้วยท่าทางอ่อนแอ “นั่นเป็นเพราะข้าใช้พลังมากเกินไป มิเช่นนั้น…”
“ก็ใช่ เจ้าอยู่เพียงแค่ขั้นหลอมแก่นแท้ ถึงแม้พลังของเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นอีกเพียงใด ขั้นพลังก็ยังไม่พอที่จะพยุงเจ้าไปได้ตลอด” ดูเหมือนว่าเสวี่ยจิ่วได้พบอะไรบางอย่าง จึงหัวเราะออกมา
“รอให้ข้าฟื้นฟูเสียก่อน ข้าจะต้องแสดงให้พวกเจ้าได้เห็นแน่” ลู่เฉินไม่ลืมที่จะพูดออกมา เพื่อหวังว่าจะให้อีกฝ่ายจะรู้สึกชะล่าใจ
เสวี่ยจิ่วพลันเผยรอยยิ้มเย็นชา “คงไม่มีโอกาสเช่นนั้นหรอก”
เมื่อพูดจบ มือของเสวี่ยจิ่วจึงปล่อยแสงสีน้ำเงินออกมาปกคลุมชั้นน้ำแข็งนี้ไว้ และแทรกเข้าไปยังภายในร่างของอีกฝ่าย
แสงนี้น้ำเงินนี้เหมือนกับเมื่อก่อนหน้านี้ที่สามารถควบคุมจิตใจมนุษย์ได้
ลู่เฉินมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง ซึ่งอีกฝ่ายไม่สามารถควบคุมได้ แต่ลู่เฉินยังคงแสร้งทำโดยการกำจัดแสงสีน้ำเงินทั้งหมดนี้ในคราเดียว จากนั้นจึงตั้งใจให้แววตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด
เมื่อเสวี่ยจิ่วเห็นผลงานของตนจึงหัวเราะลั่น
จากนั้น เสวี่ยจิ่วจึงนำลู่เฉินออกไปจาก ‘พื้นที่เล็ก ๆ ’ นี้ มายังทา