ฒ่าเสียตกตะลึง จากนั้นมืออีกข้างหนึ่งจึงรีบจับตะขอเกี่ยวบนตะเกียงไฟนั้นไว้ทันทีเพื่อไม่ให้ตะเกียงไฟนี้ลอยออกไป
ซูเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง “ศิษย์พี่ เขา เขากำลังควบคุมสมบัติวิญญาณของท่าน!”
“อันใดนะ? ควบคุมสมบัติวิญญาณของข้า?” ผู้เฒ่าเสียตกตะลึง
ผู้คนที่มองดูอยู่นั้นต่างก็พูดขึ้นมาว่าเมื่อครู่ลู่เฉินได้ควบคุมสมบัติวิญญาณของพวกเขา
นี่จึงทำให้ผู้เฒ่าเสียรู้สึกว่ามันน่ากลัวเกินไป แต่เพียงไม่นานเขาก็สงบลง จากนั้นจึงตะโกนใส่อีกฝ่าย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะทำให้เขารู้ถึงความน่ากลัวของข้า!”
ผู้เฒ่าเสียแสร้งทำเป็นแย่งชิงตะเกียงไฟอสูรกับลู่เฉิน แต่เมื่อตะเกียงไฟอสูรลอยออกไปแล้วนั้น ผู้เฒ่าเสียก็หายตัวไปทันที
เขารวดเร็วมากราวกับหายไปตอนที่กะพริบตาเท่านั้น
เมื่อผู้เฒ่าเสียปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง เขาก็ได้ยืนอยู่ด้านหลังลู่เฉินแล้ว จากนั้นในมือก็ปรากฏกระบี่กระดูกที่แหลมคมแล้วฟันไปยังลู่เฉินเพื่อจะฆ่าอีกฝ่าย
เมื่อเห็นผู้เฒ่าเสียพุ่งกระบี่มาทางตน ลู่เฉินจึงกลายเป็นแผ่นกระดาษและปรากฏตัวห่างออกไป ชายหนุ่มยิ้มและพูดว่า “ซุ่มโจมตีข้าหรือ?”
ทุกคนค่อย ๆ มองไปทางลู่เฉิน และพบว่าชายหนุ่มได้ถือตะเกียงไฟกระดูกอสูรไว้ในมือแล้ว
ผู้เฒ่าเสียยิ้มพลางถือกระบี่กระดูกแหลมคมชี้ไปทางลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มลองกระบี่กระดูกแหลมคมเล่มนี้ของข้า?”
เมื่อทุกคนได้ยินชื่อกระบี่กระดูกอสูร ต่างก็พากั