มาบนฝ่ามือของคนเหล่านี้
เมื่อคนเหล่านี้ฟาดแส้ทองออกมาพร้อมกันจึงกลายเป็นตาข่ายทองขึ้นมา จากนั้นตกลงบนร่างของฉีฉีน้อยอย่างรวดเร็ว ทำให้ฉีฉีน้อยไม่สามารถใช้พลังได้ คนเหล่านั้นต่างก็ดีใจขึ้นมา
บางคนยังตะโกนขึ้นว่า “เป็นอย่างไร เคล็ดวิชาตาข่ายอสูรนี้ ไม่เลวเลยใช่หรือไม่?”
“อย่าให้ข้าออกไปได้ มิเช่นนั้นข้าจะสังหารพวกเจ้าทั้งหมด!” ฉีฉีน้อยพูดด้วยความโมโห
ฟาเทียนคิดจะเข้าไปช่วย แต่เมื่อตาข่ายทองนี้สว่างขึ้นมา และยังถูกคนบนฟ้ากลุ่มนั้นคอยเพิ่มพลังอยู่ตลอด ทำให้เขาไม่สามารถทำลายได้ จึงทำได้เพียงแค่มองไปยังลู่เฉิน “ผู้อาวุโส”
ลู่เฉินใช้มือข้างหนึ่งไปจับตาข่ายที่กักขังฉีฉีน้อยไว้ จากนั้นจึงเริ่มใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ดูดซึมซับพลังบน ‘ตาข่าย’ นั้น
เพราะคนกลุ่มนี้ได้หลอม ‘ตาข่าย’ นี้ขึ้นมา ดังนั้นเมื่อลู่เฉินดูดซึมซับมัน ทำให้ตาข่ายค่อย ๆ หายไป และพลังปราณของคนเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ลดลง
เหตุการณ์นี้ทำให้คนเหล่านั้นพลันตกตะลึงขึ้นมา และต่างแปลกใจว่ามันเรื่องใดขึ้น
เตาอีมิ่งตะคอกถามเสียงดัง “เกิดอันใดขึ้น?!”
“ศิษย์พี่เตา เจ้าหนุ่มผู้นี้ดูดพลังปราณของพวกเราไป!” บางคนราวกับพบอะไรบางอย่างจึงตะโกนขึ้นมา
เตาอีมิ่งพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ไม่ต้องสนใจอสูรศักดิ์สิทธิ์นั่น ทุกคนจงพุ่งการโจมตีไปยังเจ้าหนุ่มผู้นั้น ข้าจะทำให้เขาระเบิดออกเป็นชิ้น ๆ!”
ทุกคนครุ่นคิดแล้วรู้สึกว่าเป็นวิธีที่ดี ในเมื่อลู่เฉินอยู่เพ