ียงแค่ขั้นหลอมแก่นแท้ เพียงแค่ทำลายเขาก็จะสามารถจับอสูรศักดิ์สิทธิ์ตนนี้ได้
ดังนั้นทุกคนจึงนำความโกรธแค้นไปลงที่ลู่เฉินแทน
เพื่อป้องกันการช่วยเหลือของฉีฉีน้อย พวกเขาจึงใช้เคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดออกไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเป้าหมายในตอนนี้ก็คือลู่เฉิน
ทว่าคนพวกนั้นไม่คาดคิดว่าลู่เฉินได้เปิด ‘กำแพงพันชั้น’ ออกมาแล้ว การป้องกันหนึ่งพันหนึ่งร้อยชั้นนั้นจึงสกัดเคล็ดวิชาการโจมตีของทุกคนไว้ได้
“เป็นไปได้อย่างไร?” ใบหน้าของเตาอีมิ่งหดเกร็ง ส่วนคนอื่น ๆ ต่างก็ค่อย ๆ เสียสติไปทีละคน
ผู้คนที่มองดูอยู่นั้นต่างก็หวาดกลัวจนถอยไปหลบซ่อนในบริเวณที่ไกลออกไป
พวกเขาต่างพกกันกระซิบกระซาบพูดคุยกัน
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ เหตุใดจึงป้องกันได้แข็งแกร่งเพียงนี้?”
“หรือว่าเขาจะเอาชนะจวนเหมันต์อุดรและหอวังอัสนีได้จริง?”
“ขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่ง จะเป็นไปได้อย่างไร?” ยังคงมีคนไม่เชื่อ
ฟาเทียนหัวเราะเสียงดังและยังหันไปหัวเราะใส่เตาอีมิ่ง “ยังจะเข้ามาอยู่หรือไม่?”
เตาอีมิ่งมีสีหน้าไม่ดีนัก และขณะนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นมาจากกลุ่มคนด้านหลัง “พวกเรามาเถิด!”
ทุกคนต่างหมุนตัวไปจึงได้เห็นคนสองคน
ทั้งสองคนนี้ คนผู้หนึ่งลู่เฉินรู้จัก เพราะเขาคือซูเฟยแห่งหอรักษาสัตว์ ส่วนอีกคนนั้นมีหลังค่อมเล็กน้อย สวมหมวกไม้ไผ่สีดำ ในมือยังถือ ‘ตะเกียงไฟ’ ที่ทำจากกระดูกอสูรบางอย่างเอาไว้
‘ตะเกียงไฟ’ นี้ยังสามารถมองเห็นวิญญาณอสูรบางส่วนที่ล่องล