่างกายของข้าก่อนเวลาอันควร!”
“อันใดที่ทำให้เจ้าต้องซ่อนไว้เช่นนี้?” ลู่เฉินมองไปที่ผู้นำจวนด้วยรอยยิ้ม
“ฮึ่ม เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้!” หลังจากที่ผู้นำจวนพูดจบ เขาก็มาถึงตรงหน้าอีกฝ่ายราวกับภาพลวงตา
ความเร็วนั้นรวดเร็วมาก จนแม้แต่ฉีเหยียนและเจี้ยนซิงเฟิงก็ไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นอีกทีผู้นำจวนก็ตบเข้าไปบนร่างของลู่เฉินด้วยฝ่ามือของเขาแล้ว
พลังอันทรงพลังนั้นทำให้ ‘กำแพงพันชั้น’ แตกเป็นเสี่ยง ๆ และเมื่อลู่เฉินกำลังจะใช้ ‘กระจกนภาวิญญาณ’ ฝ่ายตรงข้ามก็ตบลู่เฉินด้วยความรวดเร็ว
ชายหนุ่มกลายเป็นมนุษย์กระดาษในบัดดล จากนั้นก็ปรากฏตัวอีกทางหนึ่ง
ฉีเหยียนและทั้งสองรู้สึกสับสน แต่ผู้นำจวนกลับยิ่งฉงนกว่า “เจ้าทำบ้าอันใด!”
ลู่เฉินไม่พูดแต่แอบถอนหายใจ “ข้าไม่มีเวลาแม้แต่จะใช้กระจกนภาวิญญาณ!”
ในยามนี้ชายหนุ่มต้องชื่นชมความเร็วของอีกฝ่ายที่ปลดพลังปราณของเขาออก หลังจากที่เห็นว่าลู่เฉินไม่พูด ผู้นำจวนก็คิดจะลงมือต่อ จากนั้นก็มีเสียงดังมาจากสระที่ไกลออกไป “เจ้าต้องดักเขาไว้และโจมตีเขาอีกครั้ง มิฉะนั้นเขาจะเคลื่อนไหวต่อไป เหมือนกับศพที่เจ้าเลี้ยงไว้สิบตัว”
ชายหนุ่มคุ้นเคยกับเสียงนี้
ทว่าลู่เฉินแสร้งทำเป็นไม่รู้เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไปอีก ถึงอย่างไรกว่าที่จะหาอีกฝ่ายพบก็ยากลำบากมาก ดังนั้นเขาจึงต้องหาทางจับให้ได้
ส่วนผู้นำจวนหัวเราะขึ้นมาทันทีแล้วเอ่ยว่า “พี่เซี่ยไห่!”
พี่ไห่?
แซ่ไห่?
ลู่เฉินไม่รู้