นว่าอีกฝ่ายดื้อดึงมาก อวิ๋นซวนซวนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเป็นผู้นำทาง แต่เมื่อนางพบว่าผู้นำจวนหายตัวไป นางก็เริ่มสงสัย “ท่านผู้นำจวนไปไหนแล้ว?”
“เพิ่งหนีไป และไม่รู้ว่าไปที่ใด” ลู่เฉินพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ
“ผู้นำจวนกลัวเจ้าจนหนีไปแล้วหรือ?” อวิ๋นซวนซวนถามด้วยความไม่เชื่อ
“เขาซ่อนพลังปราณเอาไว้ ไม่กล้าต่อสู้กับข้า” ลู่เฉินตอบ
อวิ๋นซวนซวนจึงกล่าวว่า “อาจเป็นเพราะเขาฝึกฝนอยู่ในช่วงสำคัญ และเขาไม่กล้าใช้พลังมากเกินไปตามอำเภอใจ นับประสาอันใดกับการทำลายผนึกการพลังยุทธ์ของเขา”
หลังจากฟังคำอธิบายนี้ ลู่เฉินก็พบว่ามันน่าสนใจมากและยกยิ้มขึ้น “น่าสนใจ!”
“เจ้าไม่กลัวหรือ?”
“เหตุใดต้องกลัว?” ลู่เฉินถามกลับ
“กลัวว่าเขาจะถูกบีบให้คลายผนึกพลังปราณเมื่อถึงยามนั้น” อวิ๋นซวนซวนจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำว่าผู้นำจวนผู้นี้ทรงพลังเพียงใด
“มาเถิด ไปดูด้วยกัน” ชายหนุ่มกล่าว
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่กลัวสิ่งใด อวิ๋นซวนซวนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนำทางไปที่นั่น ในขณะที่ผู้คนจากจวนเหมันต์อุดรไม่กล้าหยุดพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่พูดคุยกันที่นั่น
…
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หยวนเส่าชิงจากจวนเหมันต์อุดรก็ตกใจจนไปหาผู้นำจวนทันที และผู้นำจวนก็ยืนอยู่หน้าประตูหินขนาดใหญ่
“ผู้นำจวนหลิว ท่านกำลังจะไปไหนหรือ?” หยวนเส่าชิงถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ข้าจะเข้าไปข้างใน” ผู้นำจวนชี้ไปเบื้องหน้า
หยวนเส่าชิงเห็นว่ามีอักขระตัวใหญ่สลักอยู