่ทำให้คนของจวนเหมันต์อุดรแต่ละคนรู้สึกคับข้องใจไม่น้อย บางคนถึงกับตะโกนว่าให้ผู้นำจวนลงโทษลู่เฉินขั้นรุนแรง
แม้แต่หยวนเส่าชิงก็ไม่สามารถทนดูได้ต่อไป สายตาหันมองไปยังผู้นำจวน “ผู้นำจวนหลิว ท่านยังจะอดทนต่อไปเช่นนี้หรือ?”
“มันยังไม่จบ!” เมื่อผู้นำจวนพูดจบ บนท้องฟ้ารอบด้านก็เริ่มเกิดเสียงตีกลองประหลาดดังขึ้นมา
ทุกคนต่างแปลกใจว่านี่คือเสียงใดกัน ในตอนนั้นเอง ภูเขาที่ลู่เฉินยืนอยู่นั้น จู่ ๆ ก็เกิดรอยแยกตรงกลางขึ้น จากนั้นทุกคนก็ได้เห็นภาพที่ทำให้ต้องตกตะลึง
เห็นเพียงฝ่ามือขนาดใหญ่คู่หนึ่งปรากฏขึ้น จากนั้นมือข้างหนึ่งได้จับลู่เฉินไว้ มืออีกข้างหนึ่งจับฉีฉีน้อยไว้ และลากเข้าไปภายในภูเขาแล้วหายตัวไปต่อหน้าผู้คนในทันที และภูเขานั้นก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว
ฟาเทียนเริ่มร้อนใจขึ้นมา “นี่เกิดเรื่องใดขึ้น?”
อวิ๋นซวนซวนสับสน “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน”
ผู้นำจวนที่อยู่บนภูเขาหิมะเผยรอยยิ้มเย็นชา “ไม่รู้จักประเมินความสามารถของตนดีนัก”
หยวนเส่าชิงจึงอดถามขึ้นมาไม่ได้ “ผู้นำจวนหลิว มือเมื่อครู่นี้คือ?”
“เคยได้ยินซากศพยักษ์หรือไม่?” ผู้นำจวนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ซากศพยักษ์?” หยวนเส่าชิงรู้สึกสับสน ท่าทางดูไม่เข้าใจเท่าไรนัก
ผู้นำจวนจึงอธิบายว่า “เช่นนั้น เคยได้ยินชื่อพระราชวังสินธุเหมันต์หรือไม่?”
“พระราชวังสินธุเหมันต์…สถานที่นั้น?” หยวนเส่าชิงเบิกตากว้างขึ้นมาทันที
“ใช่ ในปีนั้น ข้าและคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปยังที่นั่