นด้วยกัน และพบสิ่งของจำนวนไม่น้อย หนึ่งในนั้นมีซากศพขนาดใหญ่และซากศพขนาดใหญ่นั้นซ่อนอยู่ภายในภูเขา ภูเขาลูกนั้นก็คือภูเขาตรงหน้านี้ ทว่าข้านำภูเขาลูกนี้มาจากพระราชวังสินธุเหมันต์” ผู้นำจวนอธิบาย
หยวนเส่าชิงสูดหายใจเข้าเต็มปอด “ว่ากันว่าพระราชวังสินธุเหมันต์นี้มีความน่ากลัวเป็นอย่างมาก”
“ใช่ แม้แต่เจ้าแห่งหอวังอัสนียังตกที่นั่งลำบากเมื่ออยู่ที่นั่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังถูกคนแปลกหน้าที่นั่นโจมตีบัดนี้ยังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้” เมื่อผู้นำจวนหวนคิดไปถึงสถานที่แห่งนั้นก็รู้สึกตัวสั่นขึ้นมา
ครั้นหยวนเส่าชิงได้ฟังก็มองไปยังภูเขาลูกนั้นด้วย “เช่นนั้นซากศพยักษ์นี้ น่าจะสามารถจัดการเจ้าหนุ่มนั่นได้ใช่หรือไม่”
“ซากศพยักษ์นี้ ข้าไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ เจ้าคิดว่าเขาจะมีชีวิตรอดออกมาได้อย่างนั้นหรือ?” ผู้นำจวนหัวเราะ
เมื่อหยวนเส่าชิงได้ฟังก็รู้สึกดีใจขึ้นมา “ผู้นำจวนหลิวช่างเก่งกาจนัก”
ผู้นำจวนฉีกยิ้มกว้าง จากนั้นก็โบกมือข้างหนึ่ง ท้องฟ้ามืดสนิทยามค่ำคืนจึงแปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าสว่างในเวลากลางวันอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเคล็ดวิชาอำพรางสวรรค์นั้นถูกยกเลิกไปแล้ว ส่วนภูเขาลูกนั้นยังคงตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่าผู้นำจวนจ้องมองไปยังอวิ๋นซวนซวนและฟาเทียนที่ยืนอยู่ “ผู้อาวุโสอวิ๋น จวนเหมันต์อุดรของข้าปฏิบัติต่อท่านอย่างดีใช่หรือไม่?”
“พวกเจ้าเพียงแค่ทำให้ข้าดูเป็นคนพา