ลก็เพียงเท่านั้น มีสิ่งใดไม่ดีอย่างนั้นหรือ?” อวิ๋นซวนซวนพูดราวกับตนรู้อยู่ก่อนหน้านั้นเสียแล้ว
“เจ้าอยากเพิ่มพลัง ส่วนข้าเพียงหาคู่ต่อสู้ให้เจ้า ดังนั้นนี่จึงเรียกว่าการได้ผลประโยชน์ร่วมกันไม่ใช่หรือ?” ผู้นำจวนเผยรอยยิ้มประหลาด
“เช่นนั้นตอนนี้? ไม่มีประโยชน์ใดแล้วจึงคิดจะจัดการข้าหรือ?” อวิ๋นซวนซวนราวกับล่วงรู้ทุกอย่าง
ผู้นำจวนจึงแสยะยิ้มออกมา “ตอนนี้ให้โอกาสเจ้าอีกสักครั้ง”
“โอกาส?”
“ใช่ เพียงแค่หลังจากนี้เจ้าเชื่อฟังข้า ข้าก็จะให้เจ้าได้เป็นผู้อาวุโสของจวนเหมันต์อุดรใหม่อีกครั้ง อยากจะทำสิ่งใดก็ได้ มิเช่นนั้น ข้าจะโยนพวกเจ้าทั้งสองไปยังภายในภูเขาลูกนี้” ผู้นำจวนข่มขู่
อวิ๋นซวนซวนไม่มีท่าทางหวาดกลัวใด ๆ กลับหัวเราะและพูดขึ้นมา “เจ้าคิดว่าจอมมารหญิงอย่างข้าจะกลัวอย่างนั้นหรือ?”
“ดูเหมือนว่า เจ้าคิดจะต่อต้านจวนเหมันต์อุดรของข้าจนถึงที่สุด?”
“มาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าคิดเช่นไรกัน?” อวิ๋นซวนซวนไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์นัก จึงไม่มีทางหนีเอาตัวรอดในช่วงเวลาเช่นนี้ได้
ผู้นำจวนเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “เช่นนั้น เจ้าควรรู้ไว้ว่าเจ้าหนุ่มผู้นั้นถูกข้ากักขังไว้ยังสถานที่ใด?”
อวิ๋นซวนซวนขมวดคิ้ว
ผู้นำจวนคิดว่าอวิ๋นซวนซวนรู้สึกหวาดกลัวบ้างแล้วก็ยิ้มพลางพูดว่า “เคยได้ยินพระราชวังสินธุเหมันต์หรือไม่?”
“พระราชวังสินธุเหมันต์?” อวิ๋นซวนซวนรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
“ภายในภูเขาลูกนี้มีซากศพยักษ์อยู่ มันเป็นสิ่งที่พระรา