่งเพียงใด?” ผู้นำจวนเผยรอยยิ้มเย็นชา
“ก่อนเขาจะตายนั้นจะแข็งแกร่งเพียงใดไม่เกี่ยวกับข้า แต่สิ่งที่ข้าอยากพูดก็คือ ในสายตาของข้า เขาเป็นเพียงของเล่นชิ้นเล็ก ๆ เท่านั้น” ลู่เฉินตอบกลับด้วยความมั่นใจ
“ของเล่นชิ้นเล็ก? เช่นนั้นจงให้ไอซากศพของเขาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าก็แล้วกัน!” เมื่อผู้นำจวนพูดจบ บนร่างของเหยียนเจี้ยนก็แผ่ไอซากศพออกมา
ไอซากศพนั้นมีกลิ่นอายของการกัดกร่อน เมื่อลอยออกมา อวิ๋นซวนซวนและคนอื่น ๆ ก็รีบเปิดม่านป้องกันขึ้นมาทันที
แต่ม่านป้องกันนี้เมื่ออยู่ภายใต้ไอซากศพก็ค่อย ๆ ถูกกัดกร่อนเช่นกัน ดังนั้นลู่เฉินจึงหันไปพูดกับพวกเขาว่า “ถอยออกไปเถิด ข้าจัดการเขาเอง”
อวิ๋นซวนซวนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ไหวหรือ?”
“วางใจ ถอยออกไปเถิด”
อวิ๋นซวนซวนขานรับก่อนจะถอยออกไป ฟาเทียนกับฉีฉีก็รีบถอยออกไปเช่นกัน ส่วนลู่เฉินยืนอยู่ตรงนั้น และปล่อยให้ไอซากศพหมอกสีเทาปกคลุมตัวเองไว้
ผู้นำจวนหัวเราะ “เจ้าหนุ่ม ไม่ว่าม่านป้องกันใดก็จะถูกไอซากศพจะกัดกร่อนอยู่ดี ดังนั้นเจ้าอย่าพยายามนักเลย!”
ไม่เพียงแต่ผู้นำจวนเท่านั้น คนของจวนเหมันต์อุดรที่อยู่ในมุมมืดนั้นต่างก็หัวเราะขึ้นมา
หยวนเส่าชิงเองก็ร่วมวงหัวเราะด้วย “ผู้นำจวนหลิว คิดไม่ถึงว่าพวกท่านจวนเหมันต์อุดรจะมีฝีมือมากเพียงนี้!”
“แน่นอน!” ผู้นำจวนยิ้มพิกล
ผู้ใดจะคิดว่าในขณะนั้นเอง ลู่เฉินกลับเดินเข้าไปหาเหยียนเจี้ยนทีละก้าว ทำให้ทุกคนแปลกใจว่าเหตุใดเขาถึงไม่เ