ป็นอะไร ทั้งยังเดินต่อไปได้ด้วย
จนกระทั่งฝูงชนได้เห็นภาพที่น่าหวาดกลัว นั่นก็คือเมื่อลู่เฉินค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเหยียนเจี้ยนทีละก้าว เหยียนเจี้ยนผู้นั้นก็ราวกับหวาดกลัวจนถอยหลังออกไปทีละก้าว
ทุกคนพลันตกตะลึงขึ้นมา อวิ๋นซวนซวนที่อยู่ด้านหลังลู่เฉินไม่ไกลนักจึงมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสงสัย “นี่ เกิดอะไรขึ้น?”
ฟาเทียนคาดเดาออกมา “คาดว่ากลิ่นอายของผู้อาวุโสคงทำให้เขาหวาดกลัว”
“กลิ่นอาย? ทำให้ศพที่ไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวได้?” ให้ตายเช่นไรอวิ๋นซวนซวนก็ไม่เชื่อ
ไม่เพียงแต่อวิ๋นซวนซวนเท่านั้น ผู้นำจวนที่อยู่บนยอดเขาก็ตกตะลึงจนรู้สึกสับสนเช่นกัน “ศพมนุษย์ไม่กลัวต่อความเจ็บปวด แต่เหตุใดเขาจึงหวาดกลัว ซ้ำยังถอยออกมา?”
“ผู้นำจวนหลิว หรือว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้จะมีสมบัติวิญญาณบางอย่าง ทำให้ศพผู้นั้นหวาดกลัว?” หยวนเส่าชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ผู้นำจวนขมวดคิ้ว “อาจเป็นไปได้ แต่ศพผู้นี้ต้องเชื่อฟังข้า!”
เมื่อพูดจบ มือทั้งสองข้างของผู้นำจวนก็ปรากฏแสงสีดำสว่างขึ้นมา จากนั้นเหยียนเจี้ยนก็ราวกับถูกบางอย่าง ‘เข้าสิง’ ทันที จู่ ๆ ก็พุ่งตัวเข้าใส่ลู่เฉิน และชักกระบี่สีดำเล่มหนึ่งออกมาพร้อมโจมตี
เมื่อเห็นกระบี่เล่มนี้พุ่งเข้ามา ลู่เฉินเพียงยิ้มอย่างรู้ทัน กระบี่จึงหลุดลอยออกจากวิถีทาง และเมื่อศพมนุษย์ไปยืนอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน มันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มจึงคว้าจับแขนมั