ที ทำให้พลังของเขาลดลงเป็นอย่างมาก กอปรกับร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นเมื่อถูกกักขังไว้ เขาจึงไม่สามารถเปิดม่านสายฟ้าเหล่านั้นได้
เจี้ยนซิงเฟิงตกตะลึงจนหน้าถอดสี “สิ่งประหลาดอันใดกัน!”
ไม่เพียงแต่เจี้ยนซิงเฟิงเท่านั้น แม้แต่อวิ๋นซวนซวนก็มองไปยังลู่เฉินด้วยความแปลกใจ แต่ลู่เฉินเพียงยิ้มออกมา “ข้าใช้ค่ายกลดูดซับพลังปราณอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงค่อยแปลงเป็นสายฟ้าอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นม่านสายฟ้าที่สามารถตัดการเชื่อมต่อกับสมบัติวิญญาณและโลกภายนอกได้ในที่สุด”
ลู่เฉินพูดด้วยท่าทางสบายใจ แต่อวิ๋นซวนซวนที่ได้ยินคำอธิบายดังกล่าวก็พลันตกตะลึงขึ้นมา
โดยเฉพาะเจี้ยนซิงเฟิงที่หวาดกลัวจนตะโกนหาผู้นำจวนที่อยู่ไกลออกไปจากยอดเขานี้ “ผู้นำจวน ช่วยข้าด้วย!”
ผู้นำจวนจึงตะโกนกลับไป “ไร้ประโยชน์!”
สิ้นคำนั้น ทางด้านหลังฝั่งขวาของผู้นำจวนพลันเกิดแสงสีดำสว่างขึ้นมา จากนั้นก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ท้องฟ้ามืดสลัวขึ้นมาในทันที เพียงไม่นานจากช่วงเวลากลางวันก็กลายเป็นช่วงเวลากลางคืน เหลือเพียงแสงสว่างจาง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ จวนเหมันต์อุดรเท่านั้น
ศิษย์ที่อยู่ในจวนเหมันต์อุดรต่างตกตะลึงกับภาพการณ์นี้ “เหตุใดท้องฟ้าจึงเปลี่ยนไป?”
“เป็นเพราะผู้นำจวนใช้เคล็ดวิชาอำพรางสวรรค์”
“เคล็ดวิชาอำพรางสวรรค์?”
“ใช่ เมื่อเคล็ดวิชาอำพรางสวรรค์ปรากฏขึ้น จะทำให้ซากศพเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้น”
“ซากศพ? พวกนั้นหรือ?”
ทุกคนต่างมองไปยัง