กลงไป มันก็แตกสลายในที่สุด
ส่วนปราณกระบี่ที่สามถึงห้านั้น ค่อย ๆ โจมตีบนร่างกายของหยวนเส่าชิง
ใบหน้าขาวซีดแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำขึ้นมาในบัดดล บนร่างกายที่ถูกโจมตีนั้นยังคงเป็นรูขนาดใหญ่ และมีเลือดไหลทะลักออกมาไม่น้อย
ผู้คนในบริเวณนั้นเห็นดังนั้นจึงตกตะลึง คนของพันธมิตรกำจัดมารแต่ละคนจึงตะโกนร้องขึ้นมา “ผู้นำหยวน!”
หยวนเส่าชิงหอบหายใจหนักหน่วง แต่แววตาทั้งสองยังคงจ้องมองไปยังลู่เฉินอย่างโกรธแค้น “ข้าจะจำเจ้าไว้! รอข้าก่อนเถิด!”
เพียงไม่นาน หยวนเส่าชิงก็นำยันต์ออกมา และเมื่อเปิดใช้มัน คนของพันธมิตรกำจัดมารทั้งหมดพลันหายออกไปจากตรงนั้นทันที
ฉีฉีโห่ร้องขึ้นมาทันที “ศิษย์พี่ ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก!”
อวิ๋นซวนซวนรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเช่นกัน เพราะนางคิดไม่ถึงว่าปราณกระบี่ของลู่เฉินจะน่ากลัวเพียงนี้
ลู่เฉินเก็บกระบี่กลับเข้ามา และพูดด้วยท่าทางนิ่งสงบ “ไปเถิด”
ฟาเทียนและคนอื่น ๆ ตามไปทันที ผู้คนในบริเวณนั้นยังคงถกเถียงกันไม่หยุด โดยเฉพาะเคล็ดวิชากระบี่ของลู่เฉินเมื่อครู่นี้ยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของทุกคน
…
หยวนเส่าชิงและคนอื่น ๆ ซ่อนตัวอยู่ในภายในโรงเตี๊ยมบางแห่งในเมือง ที่นั่น เขาได้ใช้เม็ดยารักษาบาดแผล เมื่อหยุดเลือดได้แล้วจึงพูดด้วยความโกรธแค้น “ไอ้สารเลว!”
“ผู้นำหยวน ตอนนี้ควรทำอย่างไรดี?” คนผู้หนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความกังวลใจ
“คนผู้นี้ต้องตาย!” หยวนเส่าชิงมีสีหน้าไม่ดีนัก
“แต่การมาตอนเหนื