อของนครทักษิณาครั้งนี้ ลำพังเพียงพวกเรา หากคิดจะจัดการกับคนประหลาดนั่น นับว่าเป็นเรื่องยากยิ่ง!”
คำพูดนี้ คนของพันธมิตรกำจัดมารที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างเห็นด้วย หยวนเส่าชิงจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไปจวนเหมันต์อุดรก่อน ข้าคิดว่าพวกเขาต้องมีวิธี”
“คนของจวนเหมันต์อุดรยังฝากความหวังไว้ที่เรา แต่ลำพังพวกเราตอนนี้…” ผู้พูดและคนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าสลดใจไม่น้อย
หยวนเส่าชิงโมโหจนกัดฟันกรอด “จวนเหมันต์อุดรไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้น”
ขณะที่ทุกคนหันมองหน้ากัน หยวนเส่าชิงก็ผุดลุกขึ้นยืน และนำทุกคนเดินออกไปทันที
…
ภายในตำหนักของจวนเหมันต์อุดรนั้น เจี้ยนซิงเฟิงได้กลับมาแล้ว แต่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงมีสีหน้าไม่ดีนัก “ผู้นำจวน”
“เหตุใดเจ้าจึงไม่แกร่งเยี่ยงเจ้าหนุ่มผู้นั้น?” ผู้นำจวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้า…” เจี้ยนซิงเฟิงไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไร
ผู้นำจวนมีสีหน้าอึมครึม “ข้าได้ติดต่อไปยังคนของพันธมิตรกำจัดมารแล้ว พวกเขาสามารถจัดการเจ้าหนุ่มนั่นได้”
“พันธมิตรกำจัดมาร?”
“ใช่ คนของพันธมิตรกำจัดมาร ช่วงนี้มาอาศัยอยู่ในเมืองเหมันต์อุดร หากมีพวกเขา การจัดการกับเจ้าหนุ่มนั่นก็ไม่ใช่ปัญหา” ผู้นำจวนเอ่ยด้วยความมั่นใจ
เจี้ยนซิงเฟิงจึงวางใจ “เช่นนั้นก็ดี!”
ขณะนั้นเอง มีเพียงเงาวิญญาณของฉีเหยียนที่วิ่งเข้ามาด้วยความร้อนใจ “แย่แล้ว!”
ผู้นำจวนมีสีหน้าเปลี่ยนไป “เกิดเรื่องใดขึ้น?”
ฉีเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด “เ