จ้า เจ้าหนุ่มผู้นั้นทำให้หยวนเส่าชิงผู้นำของพันธมิตรกำจัดมารได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว!”
“ว่าอย่างไรนะ?” ผู้นำจวนเบิกตากว้าง
ฉีเหยียนพูดด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก “เจ้าหนุ่มนี่กับจอมมารหญิงและพวกกำลังเดินทางมาที่นี่ คาดว่าภายในเวลาไม่เกินหนึ่งก้านธูปก็อาจจะถึงแล้ว!”
ผู้นำจวนตะคอกเสียงดัง “มาก็มา! ข้าจะรอดู พวกเขาจะมีความสามารถใดที่จะเข้ามาก่อความวุ่ยวายในจวนเหมันต์อุดรของข้าได้”
ฉีเหยียนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ผู้นำจวน ท่านคิดจะลงมือด้วยตัวเองหรือ?”
“จัดการเขา ไม่จำเป็นต้องถึงมือข้า!” ผู้นำจวนพูดด้วยความภูมิใจ
ฉีเหยียนรู้สึกสงสัย “เช่นนั้น ผู้นำจวน ท่าน…”
“รอให้พวกเขาเข้ามายังหุบเขาจวนเหมันต์อุดรเสียก่อน จึงเริ่มเคลื่อนค่ายกลจวนเหมันต์อุดร รอให้เขาสูญเสียทิศทางภายในค่ายกล จากนั้นค่อยส่งพลธนูเป่ยเสวี่ยเข้าไป ให้พวกเขาได้สัมผัสถึงความตายเสียหน่อย!” ผู้นำจวนกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
ฉีเหยียนขานรับ “ขอรับ”
เมื่อฉีเหยียนออกไป ผู้นำจวนจึงมองไปยังเจี้ยนซิงเฟิง “จี้หยกเป่ยเสวี่ยถูกเจ้าหลอมรวมไปแล้ว ดังนั้นบัดนี้ เจ้าจงไปเฝ้ารอ เมื่อถึงคราที่มีโอกาสจงจับเขาซะ!”
เจี้ยนซิงเฟิงคิดภายในใจว่าที่นี่คือจวนเหมันต์อุดรและมีศิษย์มากมาย หากตนใช้จี้หยกอีกครั้งก็น่าจะง่ายขึ้น
“ขอรับ”
จากนั้นเจี้ยนซิงเฟิงจึงออกไป
ผู้นำจวนดูมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา “ข้าไม่เชื่อว่าจะจับเจ้าไม่ได้!”
…
ลู่เฉินและคนอื่น ๆ ใช้เวลาไป