ประมาณหนึ่งก้านธูปจึงเดินทางมาถึงหุบเขาด้านนอกจวนเหมันต์อุดร อวิ๋นซวนซวนจึงแนะนำว่า “เดินไปอีกสักพักก็จะถึงภูเขาหิมะตอนเหนือ”
“ภูเขาหิมะตอนเหนือนี้กว้างใหญ่หรือไม่?” ลู่เฉินกวาดสายตามองไปแล้วจึงเอ่ยถามขึ้นมา
“ภูเขาลูกใหญ่หลายลูกมารวมกัน และภูเขาเหล่านี้มีความแปลกเป็นพิเศษ มีผู้ฝึกตนอยู่เป็นจำนวนมาก” อวิ๋นซวนซวนอธิบาย
เมื่อลู่เฉินเข้าใจแล้วจึงเดินทางต่อ
อวิ๋นซวนซวนพลันรู้สึกสงสัย “เจ้าบอกว่า หัวหน้าค่ายผู้นั้นจะหนีไปได้หรือ?”
“เขาไม่รู้ว่าข้ากำลังตามหาเขาอยู่ เช่นนั้นเขาไม่น่าจะหนีไป และรอดูเรื่องสนุกอยู่ที่นั่น” ลู่เฉินคาดเดา
“ดูเรื่องสนุก?”
“อืม” ลู่เฉินขานรับ
อวิ๋นซวนซวนรู้สึกแปลก ๆ แต่เมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่ง จู่ ๆ รอบด้านก็เกิดกลุ่มหมอกขึ้นมา ขณะเดียวกันบริเวณรอบ ๆ ยังมีเสียงฆ้องแปลก ๆ ดังขึ้น
ฟาเทียนและฉีฉีรู้สึกตกใจ จนกระทั่งอวิ๋นซวนซวนรู้สึกสงสัยขึ้นมา “ค่ายกลหมอกของจวนเหมันต์อุดรได้เริ่มขึ้นแล้ว”
“ตามข้ามาก็พอ” ลู่เฉินพูดด้วยท่าทางนิ่งสงบ ราวกับค่ายกลใดก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้
อวิ๋นซวนซวนจ้องมองไปเสียงรอบ ๆ พลันพูดขึ้นมาว่า “ว่ากันว่า จวนเหมันต์อุดรได้เลี้ยงพลธนูไว้กลุ่มหนึ่ง และพลธนูเหล่านี้ปรากฏตัวออกมาก็จะเกิดเสียงฆ้องแปลก ๆ ดังขึ้นบริเวณรอบ ๆ”
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ เห็นเพียงภายใต้ ‘ไข่มุกอาทิตย์อัสดง’ นี้ ลู่เฉินสามารถมองเห็นคนเหล่านั้นแอบซุ่มอยู่ห่าง ๆ จึงยิ้มออกมา “ข้ารู้แล