าทำอันใดลงไป?”
ลู่เฉินไม่สนใจ แต่ยังช่วยอวิ๋นซวนซวนและฉีฉีต่อไป
เมื่อทั้งสองฟื้นฟูกลับมา พวกเขาก็เผยแววตาประหลาดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวิ๋นซวนซวน นางถามอย่างแปลกใจว่า “เจ้าทำลายเคล็ดวิชากระศิลาได้หรือ?”
“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่” พูดจบ เขาก็เดินออกไป
อวิ๋นซวนซวนขมวดคิ้วเมื่อเห็นลู่เฉินกำลังจะต่อสู้กับเจี้ยนซิงเฟิงผู้มีจี้หยกเป่ยเสวี่ย “เขาทรงพลังมาก!”
“ไม่นับเป็นอันใดหรอก” ลู่เฉินไม่ได้จริงจังสักนิด
เมื่อทุกคนได้ยินน้ำเสียงของชายหนุ่ม พวกเขาก็คิดว่าคนผู้นี้พยายามที่จะกล้าหาญ ผู้สัญจรไปมาในเมืองจำนวนมากโห่ร้องออกมา และบางคนถึงกับแซวลู่เฉินว่า “เจ้าหนุ่ม อย่ากล้าหาญนักเลย ไม่เช่นนั้นเจ้าจะตายโดยไม่รู้ตัว”
“ถูกต้อง ด้วยการสนับสนุนจากยอดฝีมือมากมายของจวนเหมันต์อุดร เจ้าจะชนะได้อย่างไร?”
คนจากจวนเหมันต์อุดรเหล่านั้นมองลู่เฉินเหมือนคนโง่
ตอนนี้เองก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด นั่นคือผู้คนจากจวนเหมันต์อุดรที่อยู่รอบ ๆ พลันกรีดร้องออกมาทีละคนก่อนจะล้มลงไป
ทุกคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
เจี้ยนซิงเฟิงมีท่าทีเคร่งขรึมมากยิ่งขึ้น “เจ้าทำอันใด?”
“ไม่มีอันใด ข้าแค่ขอให้พวกตัวน้อยของข้าล้มคนที่ให้ความแข็งแกร่งกับเจ้า และถ้าพวกเขาดื้อรั้น พวกเขาจะถูกฆ่าในทันที”
“พวกตัวน้อย?” เจี้ยนซิงเฟิงไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด
เวลานี้ บางคนจากจวนเหมันต์อุดรก็พบบางอย่างและตะโกนว่า “มีแมลงและภูต!”
ทันใดนั้นก็พลันบังเกิดความโกลาหลทั่ว