ทั้งภายในและภายนอกเมือง ทำให้พลังของเจี้ยนซิงเฟิงลดฮวบอย่างมากในทันที
เจี้ยนซิงเฟิงสาปแช่ง “สมควรตาย!”
จากนั้น เขาจึงเหวี่ยงกระบี่ฟาดฟันหมายจะจัดการกับลู่เฉินอย่างรวดเร็ว
แต่ทุกครั้งที่ลู่เฉินถูกโจมตี เขาก็เหมือนมนุษย์กระดาษที่เคลื่อนไหวไปรอบ ๆ
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาพูดติดอ่างว่า “อะ อันใดนะ เกิดอันใดขึ้น!?”
“เคลื่อนย้าย?”
“มนุษย์กระดาษ?”
บางคนคิดว่ามันน่ากลัวเกินไป แต่สีหน้าของเจี้ยนซิงเฟิงนั้นจริงจังยิ่งกว่า “เจ้า!”
“ต่อหรือไม่?” ลู่เฉินหยิบธนูเงามารออกมา
เจี้ยนซิงเฟิงตะคอกใส่ “แม้ว่าข้าจะทำร้ายเจ้าไม่ได้ แต่เจ้าก็ทำร้ายข้าไม่ได้!”
ลู่เฉินยิ้ม “ข้าไม่ได้ลอง ข้าจะรู้ได้อย่างไร?”
เห็นเพียงลู่เฉินขอให้แมวมารมายาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตน และเจี้ยนซิงเฟิงก็ควบรวมเงากระบี่สีขาวทั่วร่างกายของเขาในทันที เพื่อให้เงากระบี่เหล่านี้ปกป้องเขาไว้
ลู่เฉินมองด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคิดว่าสิ่งนี้สามารถปกป้องเจ้าได้หรือ?”
“ไร้สาระ” เจี้ยนซิงเฟิงรู้สึกว่านี่ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มได้แต่ยิ้ม “เช่นนั้นก็ลองดูเถิด”
ครู่ต่อมาลูกธนูของลู่เฉินก็พุ่งออกไป ลูกธนูพุ่งผ่านไอกระบี่และโจมตีร่างของเจี้ยนซิงเฟิงจนทิ้งรอยลึกเอาไว้
เจี้ยนซิงเฟิงตกใจจนกลายเป็นเงาแสงสีขาวและหนีไป
“หนีไปเร็วจัง?” ลู่เฉินรู้สึกเบื่อทันที
แต่ทุกคนที่ชมละครอยู่ในเมืองต่างตกตะลึง
“เขาทำให้เจี้ยนซิงเฟิงหนีไปจริง ๆ หรือ?”
“นี่มันอุกอาจเกินไ