ปกระมัง?”
“จริง ๆ เลย”
…
อวิ๋นซวนซวนก็ตกตะลึงเช่นกัน ทันใดนั้นลู่เฉินก็เดินกลับมา แล้วมองทั้งสามคนด้วยรอยยิ้ม “ไปกันเถอะ”
ฟาเทียนและฉีฉีตามมาทันที ในขณะที่อวิ๋นซวนซวนมองไปรอบ ๆ ศพของผู้คนจากจวนเหมันต์อุดรและพูดอย่างหมดหนทางว่า “นับว่าพวกเจ้าโชคร้ายแล้ว!”
ส่วนคนจากจวนเหมันต์อุดรที่กล้าเข้ามาในเมืองหลังจากได้ยินวาจานี้ พวกเขาก็ซ่อนตัวด้วยความตกใจทันที
หลังจากนั้น ข่าวก็แพร่กระจายไปยังจวนเหมันต์อุดรอย่างรวดเร็ว
ผู้นำจวนได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้วก็ไม่พอใจ “เขาก็ล้มเหลวเแล้วหรือ?”
ฉีเหยียนไม่คิดว่าเจี้ยนซิงเฟิงจะล้มเหลวจึงถามว่า “แล้วเจี้ยนซิงเฟิงตอนนี้ล่ะ?”
“ตอนนี้เขาคงกำลังเดินทางกลับ” ผู้นำจวนมีสีหน้าเคร่งเครียด
“ผู้นำจวน ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี?” ฉีเหยียนรู้สึกกังวลเล็กน้อย กลัวว่าลู่เฉินจะโจมตีที่นี่
“รีบร้อนอันใด? เขามาที่นี่ไม่ได้ไม่ใช่หรือ?” ผู้นำจวนพูดอย่างโกรธเคือง
“แต่…” ฉีเหยียนมองดูวิญญาณที่เหลืออยู่ของเขาแล้วหดหู่ใจ
ผู้นำจวนเอ่ยสียงเย็นชา “สมาชิกของพันธมิตรกำจัดมารยังคงอยู่ที่เมืองเหมันต์อุดรหรือไม่?”
หลังจากที่ฉีเหยียนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เขาก็พยักหน้าและพูดว่า “เมื่อเร็ว ๆ นี้ พวกเขาทั้งหมดอยู่ในเมือง และดูเหมือนว่าพวกเขาจะมองหามารอสูรบางตัว”
“ไปบอกพวกเขา ตราบเท่าที่พวกเขาจับเด็กนั่นได้ ข้าจะบอกพวกเขาว่ามารอสูรที่พวกเขาตามหาอยู่ที่ไหน”
“ผู้นำจวน มารอสูรตัวนั้นอยู่ที่ใด?”
“ข้า