้าไม่ได้ทำร้ายใคร แต่เจ้าช่วยพวกเขา!”
“ข้าแค่มาประลอง ถึงอย่างไรเสีย เคล็ดวิชาที่ข้าฝึกฝน เขาก็รู้อยู่ดี” อวิ๋นซวนซวนชำเลืองมองไปยังชายหนุ่มเพื่อรอคำตอบของเขา
ฉีฉีน้อยและฟาเทียนมองหน้ากัน โดยไม่รู้ว่าอวิ๋นซวนซวนฝึกฝนวิธีใด แต่ลู่เฉินกลับเอ่ยขึ้นว่า “เช่นนั้นหากข้าจะไปที่จวนเหมันต์อุดรกับเจ้าตอนนี้ เจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่?”
“เจ้าจะไปที่จวนเหมันต์อุดรจริง ๆ หรือ?” อวิ๋นซวนซวนถามอย่างแปลกใจ
“เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าเหตุใดพวกเขาถึงจับตามองเจ้า?”
“สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับจวนเหมันต์อุดรด้วยหรือ?” อวิ๋นซวนซวนงงงวย
ลู่เฉินเล่าเรื่องหัวหน้าค่ายของพันธมิตรชิงรากวิญญาณรอบหนึ่ง และหลังจากที่อวิ๋นซวนซวนได้ยิน นางก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า “ไป! ข้าต้องจับผู้ชายคนนั้นและถามเขาว่าเหตุใดจึงต้องเอารากวิญญาณของข้าไป!”
“ได้ แต่หลังจากที่เจ้าตามข้ามา เจ้าต้องฟังข้าทุกอย่าง”
อวิ๋นซวนซวนลังเลและพูดว่า “…ได้!”
“เช่นนั้นเป็นอันว่าตกลง จวนเหมันต์อุดรนี้อยู่ที่ไหน ไกลจากที่นี่หรือไม่?” ชายหนุ่มอยากเห็นความแตกต่างระหว่างทิศทางที่เขาไปและทิศทางที่จวนเหมันต์อุดรไป
อวิ๋นซวนซวนตอบว่า “ทางเหนือ ห่างจากที่นี่เร็วที่สุดใช้เวลาครึ่งวันก็ถึงแล้ว”
ลู่เฉินพยักหน้า “นำทางเถิด”
พูดจบ เขาก็เปิดค่ายกลโดยรอบ และอวิ๋นซวนซวนก็พูดแปลก ๆ ว่า “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะหนีไปหรือ?”
“ข้าบอกแล้วว่าถ้าข้าจับเจ้าได้ครั้งหนึ่ง ข้าก็สามารถจับเจ้าได้เป็