นครั้งที่สอง” ลู่เฉินพูดอย่างมั่นใจ
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ อวิ๋นซวนซวนก็กล่าวว่า “บ้าไปแล้ว”
ฉีฉีน้อยยิ้มและพูดว่า “ช่างร้ายกาจนัก”
ฟาเทียนยังคงเอ่ยสนับสนุนลู่เฉิน “ถูกต้อง ความสามารถของผู้อาวุโสนั้นน่าประทับใจมาก!”
อวิ๋นซวนซวนไม่มีแรงที่จะต่อต้าน ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงนำทาง แต่ระหว่างทาง อวิ๋นซวนซวนพลันถามว่า “เจ้าชื่ออันใด?”
“ลู่เฉิน”
อวิ๋นซวนซวนส่งสายตาแปลก ๆ “ลู่เฉิน? นามของเจ้า…ไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่?”
“ล้อเล่น?”
“เจ้าไม่รู้หรือว่าเมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้วจอมมารผู้ยิ่งใหญ่นั้นคือวีรบุรุษที่ข้าชื่นชม เขาก็มีนามว่าลู่เฉินเหมือนกัน” อวิ๋นซวนซวนจ้องไปที่ชายหนุ่ม
ลู่เฉินคลี่ยิ้มหลังจากได้ยิน “วีรบุรุษที่เจ้าชื่นชม?”
“ไร้สาระ ทุกคนเรียกข้าว่าจอมมารผู้ยิ่งใหญ่และจอมมารหญิง ไม่เพียงเพราะข้าแข็งแกร่ง แต่ที่สำคัญกว่านั้น ข้าบอกพวกเขาว่าลู่เฉินเป็นผู้อาวุโสที่ข้าชื่นชม” อวิ๋นซวนซวนพูดอย่างโอ้อวด
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างขมขื่น “เจ้าไม่เคยเห็นคนเมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้ว แต่เจ้าชื่นชมเขามากเพียงนี้เลยหรือ?”
“เขาเป็นจอมมารที่น่ากลัว คนอื่นกลัวเขา แต่ข้าไม่กลัว ยิ่งไปกว่านั้นคนจากพันธมิตรกำจัดมารมักจะเตือนข้าเสมอว่าอย่าพูดถึงเขา แต่ข้าชอบเขา!” อวิ๋นซวนซวนกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง
“เตือน?”
“ใช่ ไม่ให้ข้าบูชาเขา และห้ามบอกคนอื่นว่าข้าคิดว่าจอมมารลู่เป็นดั่งวีรบุรุษ” หลังจากอวิ๋นซวนซวนพูดจบ นางก็บ่นเกี่ยวกับพัน