ิ๋นซวนซวน จากนั้นทั้งสามก็คุยกันไม่หยุด
…
ณ จวนเหมันต์อุดร
วิญญาณของฉีเหยียนได้หนีกลับไปที่จวนเหมันต์อุดรแล้ว แต่ก็อ่อนแอมาก และผู้ที่กำลังนั่งอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้คือผู้นำจวน
“เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นหมาจนตรอกเช่นนี้?” ผู้นำจวนถามอย่างสงสัย
ฉีเหยียนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างหดหู่ แต่ผู้นำจวนพลันพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ศพหายไปแล้วก็ไปจัดการใหม่!”
“แต่นี่…พูดง่ายกว่าทำ?” ฉีเหยียนรู้สึกหดหู่ปนวิตกกังวล
ทว่าผู้นำจวนจ้องมาที่เขาตาเขม็ง “อีกเดี๋ยว รอจนกว่าซวนซวนจะจับเด็กนั่นมาได้ ก็ค่อยทรมานเขาอย่างหนัก”
ฉีเหยียนรู้สึกสงสัย “มารหญิงนั่นจะจับพ่อหนุ่มนั่นได้จริงหรือ?”
“ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด” ผู้นำจวนเชื่อที่อวิ๋นซวนซวนพูด
ในตอนนี้เอง สายลับวิ่งกลับมา “รายงาน!”
“พูดมา!”
“ผู้อาวุโสอวิ๋นนำกลุ่มคนมาที่จวนเหมันต์อุดรของเราแล้วขอรับ” สายลับรายงาน
ผู้นำจวนได้ยินก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ดูสิ ข้าบอกแล้วว่าซวนซวนคนนี้ไม่มีปัญหา จะต้องจับพ่อหนุ่มคนนั้นได้แน่นอน”
ฉีเหยียนรู้สึกงงงวย “จับได้จริง ๆ หรือ?”
สายลับตอบอย่างอึกอักว่า “เอ่อ… ดูเหมือนว่าจะจับไม่ได้”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” สีหน้าของผู้นำจวนเปลี่ยนไปทันที