่ครู่หนึ่ง “ยังจะกลับไป?”
“อันใดนะ? ไม่อยากกลับหรือ?”
“ตอนนี้ข้าเป็นอิสระแล้ว แน่นอนว่าข้าต้องหนีสิ” หลัวปิงพูดอย่างขัดเขิน
“เมื่อเจ้าช่วยข้าจัดการหัวหน้าค่ายของเจ้า ข้าจะปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระโดยสมบูรณ์” ลู่เฉินจ้องไปที่หลัวปิง
หลัวปิงตาเบิกกว้าง “เจ้า… ต้องการโค่นหัวหน้าค่ายของพวกเราหรือ?”
“อืม”
“นี่เป็นเรื่องยากมาก ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่ใช่สมาชิกเพียงคนเดียวของพันธมิตรชิงรากวิญญาณในจวนเหมันต์อุดร ข้ากลัวว่าพวกเขาจะแอบช่วยหัวหน้าค่าย แม้ข้าอยากจะช่วยเจ้า แต่ก็ไม่มีประโยชน์”
“ไม่เป็นไร ข้าจะจัดการเอง” ลู่เฉินมองไปที่หลัวปิงด้วยรอยยิ้ม
หลัวปิงรู้ว่าเขาไม่มีทางเลือก ดังนั้นเขาจึงได้แต่มองคนตรงหน้าแล้วพูดอย่างหดหู่ใจว่า “ไม่เป็นไร ข้าจะออกไปก่อน”
ลู่เฉินกลายเป็นเงาอัสนีและออกจากพื้นที่จิตสำนึกของอีกฝ่าย ส่วนอวิ๋นซวนซวนเห็นชายหนุ่มจากไป นางก็จากไปเช่นกัน
หลังจากออกมาข้างนอก ลู่เฉินขอให้อวิ๋นซวนซวนปล่อยเขาไป
อวิ๋นซวนซวนจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา “เจ้าต้องบอกข้าว่าหัวหน้าค่ายคนนี้เป็นคนแบบไหน?”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”
“เจ้าเพิ่งพูดว่าจะร่วมมือกัน เจ้าจะผิดสัญญาแล้วหรือ?” อวิ๋นซวนซวนกังวลใจทันที
“ร่วมมือเพื่อจัดการกับสิ่งนี้ แต่ไม่ได้ร่วมมือจะจัดการสมาชิกคนอื่น ๆ ของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ” ลู่เฉินชี้ไปยังหลัวปิงที่ถูกแช่แข็ง
อวิ๋นซวนซวนหมดความอดทน “ถ้าอย่างนั้นข้าจะไม่ปล่อยเขาไป”
ครั้นได้ยินเช่นนั้น