อเย็นเยียบออกมา ทำให้ฉีเหยียนถูกแช่แข็งทันที และอวิ๋นซวนซวนที่กลายเป็นไอเย็นก็สลายหายไป
ฉีฉีน้อยอารมณ์เสีย “ข้าต้องจับนาง!”
“นางหนีไปแล้ว” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ ฉีฉีน้อยก็ไล่ตามอีกฝ่ายไป
ลู่เฉินเงยหน้ามองฟ้า “เขา…มอบให้เจ้าแล้ว”
“ไม่มีปัญหา” ฟาเทียนดีใจมาก
จากนั้นลู่เฉินก็เดินออกไป
ฉีเหยียนพูดกับฟาเทียนว่า “หลวงจีนน้อย อย่า อย่าฆ่าข้า!”
“เจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้หรือ?” ฟาเทียนถลึงตามอง
“เจ้า เจ้าพูดได้อย่างไร เจ้าเป็นหลวงจีน เจ้าไม่ควรฆ่า” ฉีเหยียนตื่นตระหนก
ฟาเทียนหัวเราะแปลก ๆ “ใครว่าข้าไม่ฆ่า?”
“แต่เจ้าเป็นหลวงจีนนะ”
“หลวงจีนก็เป็นมนุษย์เช่นกัน เขาอยากมีชีวิตรอดและเขาก็โกรธเป็น” หลังจากที่ฟาเทียนพูดจบ เขาก็สำแดงเงาของพระพุทธเจ้าผู้พิทักษ์ออกมา และเงาของพระพุทธเจ้าผู้พิทักษ์ก็ทะลุผ่านชั้นน้ำแข็งจนกระแทกฉีเหยียนอย่างแรง ก่อนที่จากนัั้นจะผ่านกายเนื้อไปแล้วโจมตีวิญญาณของเขา
ฉีเหยียนรู้สึกไม่สบายใจทันที ทว่าก็ทำได้เพียงดึงจิตสัมผัสกลับมา และควบคุมวิญญาณของเขาเพื่อต่อต้านเงาของพระพุทธเจ้าผู้พิทักษ์
หลังจากนั้นไม่นาน ฉีเหยียนผู้นี้ถูกบังคับให้ใช้เคล็ดวิชาลี้วิญญาณ เพื่อหลบหนีจากกายเนื้อของเขา
ฟาเทียนมีสติสัมปชัญญะกลับคืนมา แล้วจึงมองที่ศพพลางสาปแช่ง “คนขี้ขลาด!”
หลังจากพูดจบ ฟาเทียนก็หยิบไม้เท้าออกมา และเริ่มกระแทกอย่างบ้าคลั่ง กระแทกฉีเยียนจนกลายเป็นชิ้นน้ำแข็งก่อนที่จะเดินออกไป
ด้านนอก