่?” เพียงประโยคเดียวของเล่ยม่อเทียนก็ทำให้ผู้นำรู้สึกสับสนขึ้นมา
“มีปัญหาหรือ?” เล่ยม่อเทียนเอ่ยถาม
พานอวิ๋น หรือผู้นำผู้นี้ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้น “ผู้บุกเบิก นี่…”
“ว่าอย่างไร? ต้องการขัดคำสั่งข้าหรือ?”
“ไม่ ไม่ใช่ เพียงแต่เขาคือใครกัน?” พานอวิ๋นอยากรู้ยิ่งนัก
“เขาคือผู้ใดนั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือบัดนี้เขาก็คือข้า และสิ่งที่พวกเจ้าทำต่อเขานั้นก็เหมือนกับทำต่อข้าเช่นกัน ทราบหรือไม่?” เล่ยม่อเทียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
พานอวิ๋นไม่กล้าคัดค้าน ดังนั้นจึงขานรับ “ขอรับ ผู้บุกเบิก!”
“หลังจากออกไปแล้ว ถ้าหากหอวังอัสนีมีเรื่องอันใด เจ้าสามารถคุยกับเขาได้” น้ำเสียงของเล่ยม่อเทียนดูอบอุ่นขึ้นมาไม่น้อย
พานอวิ๋นขานรับ “ขอรับ”
แต่ภายในใจของพานอวิ๋นยังคงรู้สึกแปลก ๆ แต่เงาสายฟ้าอีกร่างของเขายังถอยออกมาจากสายฟ้าอินทนิลนี้ ลู่เฉินจึงมองไปยังเล่ยม่อเทียน “เช่นนั้น ข้าจะออกไปแล้ว”
“ลูกพี่ ระวัง…” เมื่อเล่ยม่อเทียนเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ จึงเอ่ยเตือนลู่เฉินขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ จากนั้นจึงถอยออกมาจากทวนสายฟ้าอินทนิลนี้
อีกร่างของพานอวิ๋นกลายเป็นเงาสายฟ้าอัสนี แววตาทั้งสองข้างมองไปยังลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ “คือว่า…”
“ข้าแซ่ลู่”
“นายน้อยลู่ ไม่ทราบว่าท่านต้องการให้ข้าทำสิ่งใด?” พานอวิ๋นกล่าวด้วยความเคารพ
“ข้าต้องการหญ้ามังกรน้ำแข็งบนภูเขานั่น”
พานอวิ๋นรู้สึกลังเลขึ้นมา “ตัวข้า ทุกปี ๆ