ต่อว่า “เขาหนีไปอีกแล้ว!”
คนของหอวังอัสนีรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา โดยเฉพาะผู้อาวุโสสวี่ที่ตะโกนไปยังทุกคน “ถอย!”
ผู้อาวุโสสวี่นำคนของหอวังอัสนีถอยอออกไป ฉีเหยียนจึงยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น กระทั่งนำคนของจวนเหมันต์อุดรหนีออกไปพร้อมกับผู้อาวุโสสวี่
ส่วนพวกตู้เทียนซานมองไปยังสัตว์ปีศาจเหล่านั้นที่กำลังนอนอยู่ทีละตัว
ฉีฉีน้อยเดินมาด้านข้างของลู่เฉินพลางพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “ศิษย์พี่ เหตุใดพวกมันแต่ละตัวจึงดูซื่อสัตย์เช่นนั้น?”
“สัตว์ปีศาจเหล่านี้ได้รับเคล็ดวิชาลวงอสูรของข้า”
“เคล็ดวิชาลวงอสูร? แข็งแกร่งเพียงนั้นเชียวหรือ?” ฉีฉีน้อยเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“เคล็ดวิชาลวงอสูรนั้นแข็งแกร่ง แต่มีหลักการอยู่”
“หลักการคือสิ่งใดกัน?” ฉีฉีน้อยไม่เข้าใจ
“นั่นก็คือ สัตว์ปีศาจเหล่านี้ ได้รับผลกระทบจากสมบัติวิญญาณจนส่งผลต่อวิญญาณของมัน เมื่อมันสูญเสียความเป็นตัวเองไป เคล็ดวิชาลวงอสูรของข้าจึงถือโอกาสแทรกเข้าไปได้ เปลี่ยนจากผู้ถูกกระทำกลายเป็นผู้กระทำ ทำให้สัตว์ปีศาจเหล่านั้นถูกข้าควบคุม จากนั้นข้าจึงใช้กู่ฉินเพลิงโบราณชี้นำพวกมัน” ลู่เฉินอธิบาย จึงทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว
ฟาเทียนถอนหายใจออกมา “ดูเหมือนว่า หลังจากนี้ผู้ใดยังกล้าให้สัตว์ปีศาจบางส่วนโจมตีผู้อาวุโส เช่นนั้นก็เหมือนขุดหลุมฝังศพให้ตัวเอง!”
ลู่เฉินฉีกยิ้มออกมาก่อนจะมองไปยังตู้เทียนซานที่ยืนสับสนอยู่ “ไปยังภูเขาหญ้ามังกรน้ำแข็ง”
ตู้เทียนซานมีส