์ปีศาจเหล่านี้ นอกเสียจากโลหิตอสูรที่มีค่านั้น อย่างอื่นก็ไม่มีค่าอันใด” เมื่อเขาพูดว่าไม่มีค่าใด ๆ จึงทำให้ตู้เทียนซานและพวกถึงกับพูดไม่ออก
แต่สิ่งที่ทำให้ตู้เทียนซานและคนอื่น ๆ ตกตะลึงได้เกิดขึ้นแล้ว
นั่นก็คือลู่เฉินเพียงแค่สัมผัสเบา ๆ ยังค่ายกลบนภูเขา สัตว์ปีศาจเหล่านั้นก็ดูราวกับว่าจะพุ่งตัวออกมาจากค่ายกล ทำให้คนของหอวังอัสนีเหล่านั้นตกตะลึงขึ้นมา จากนั้นผู้คนจำนวนมากต่างก็ล้อมเข้ามา
“ดูนั่น! สัตว์ปีศาจหนีออกมาแล้ว!”
“นี่เกิดสิ่งใดขึ้น!?”
“เกิดเรื่องใดขึ้นกับสัตว์ปีศาจเหล่านั้นกันแน่!?”
เห็นเพียงสัตว์ปีศาจเหล่านี้ บางตัวบินขึ้นไปบนท้องฟ้า บางตัววิ่งพล่านอยู่บนพื้นดิน แต่ต่างก็ล้อมรอบลู่เฉินและคนอื่น ๆ คนของหอวังอัสนีหวาดกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้
ทว่าขณะนั้นเอง ภายในตำหนักของหอวังอัสนี ผู้อาวุโสสวี่เดินไปเดินมาด้วยอาการกระวนกระวาย ก่อนจะมองไปยังฉีเหยียนและพูดขึ้นมาในที่สุด “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไปหาท่านผู้นำ บางทีเขาอาจจะมีวิธีที่จะหยุดเจ้าหนุ่มผู้นั้นและสัตว์ปีศาจหล่านั้นได้”
“รบกวนท่านแล้ว” ฉีเหยียนรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านนอกตำหนักที่ยังคงมีสัตว์ปีศาจเดินร่อนเร่อยู่นั้น ทำให้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดออกมา
ผู้อาวุโสสวี่จึงรีบออกไปทันที
คนของจวนเหมันต์อุดรพูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “นายน้อยฉี พวกเราไปกันเถิด”
“ใช่ รักษาชีวิตไว้ หลังจากนี้หากคิดจะกำจัดพวกเขา