ซะ” ตู้เทียนซานกล่าวแผนการของเขา
ทุกคนคิดว่าเป็นไปได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อฟังตู้เทียนซาน และวางแผนที่จะแสร้งทำเป็นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลู่เฉินและคนอื่น ๆ
แต่ทางด้านฉีเหยียนนั้นพาคนจากจวนเหมันต์อุดรไปยืนในแดนหิมะ และมองไปที่ซูเฟยด้วยความโกรธ “ผู้อาวุโสซู เจ้าทรงพลังมากไม่ใช่หรือ?”
“คุณชายฉี ข้าพยายามเต็มที่แล้ว” ซูเฟยรู้สึกหงุดหงิดมากในยามนี้
ฉีเหยียนเองก็รู้สึกหดหู่ใจอย่างมาก “ข้าจะอธิบายกับจวนเหมันต์อุดรได้อย่างไร?”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูเฟยก็พูดว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะขอให้ศิษย์พี่ของข้าจากหอรักษาสัตว์ลงมือแล้ว!”
“ศิษย์พี่ของเจ้ามีวิธีหรือ?”
“ศิษย์พี่ของข้าเป็นที่รู้จักในฐานะหมออสูรอันดับหนึ่งในตอนเหนือแห่งแดนทักษิณา มีฝีมือมากมาย” ซูเฟยกล่าวอย่างมั่นใจ
ฉีเหยียนพลันมีความสุขทันที “แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
“ข้าต้องไปหาเขา แต่เจ้าต้องส่งคนไปเฝ้าเด็กคนนั้น”
ฉีเหยียนเอ่ยอย่างมั่นใจว่า “ไม่มีปัญหา!”
จากนั้นซูเฟยก็จากไป และฉีเหยียนก็มองไปที่คนของจวนเหมันต์อุดรทันที “ส่งคนไปติดตามเจ้าหนุ่มคนนั้นอย่างลับ ๆ”
“ขอรับ!” คนจากจวนเหมันต์อุดรตอบรับ
แต่ในตอนนี้เอง วานรขาวพลันปรากฏตัวขึ้น “ไม่จำเป็น”
“เหตุใดถึงไม่จำเป็น” ฉีเหยียนมองไปที่วานรขาวอย่างไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่ายังคงไม่พอใจว่าเหตุใดวานรขาวถึงไม่บอกว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ใด
“คนจากหอวังอัสนีปรากฏตัวและพาพวกเขาไปแล้ว” วานรขาวพูดราวกับ