้? อย่างนั้นหรือ?” เมื่อซูเฟยพูดจบก็โบกมืออีกหนึ่งครั้ง เถาวัลย์สีเขียวพันรัดลู่เฉินไว้ ทั้งยังปลดปล่อยหมอกสีดำออกมา ดูราวกับหมอกพิษอย่าง ไรอย่างนั้น
จากนั้นซูเฟยก็พูดด้วยความพึงพอใจ “เห็นหรือไม่ ตัวเขาเองนั้นยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ยังจะช่วยเจ้าอยู่หรือ?”
ฟาเทียนยังคงมั่นใจว่าลู่เฉินไม่เป็นอะไร ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นมา “ทักษะของผู้อาวุโสไม่ใช่สิ่งที่ชายแก่เช่นเจ้าจะลอกเลียนแบบได้”
แต่ผู้คนอื่น ๆ ในบริเวณนั้นต่างก็คิดว่าลู่เฉินคงจะไม่มีชีวิตรอดไปได้แล้ว เพราะทักษะของซูเฟยนั้นทุกคนต่างก็รู้ดี
ทว่าตอนนั้นเอง เถาวัลย์เหล่านั้นกลับลีบเหี่ยวลง แม้ไอพิษจะยังกระจายออกไป แต่ขณะเดียวกันลู่เฉินก็ไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของซูเฟยพลันเต็มไปด้วยความสงสัย “เหตุใดเจ้าจึงไม่ได้รับพิษ?”
“พิษเช่นนี้ยังทำอันใดข้าไม่ได้” คำตอบของลู่เฉินนั้นทำให้ผู้คนรอบ ๆ รู้สึกตกตะลึงขึ้นมา แน่นอนว่าทำให้ฉีเหยียนรู้สึกไม่พอใจเช่นกัน
เห็นเพียงฉีเหยียนตะโกนไปยังซูเฟย “ผู้อาวุโสซู รีบนำทักษะของท่านออกมาฆ่าเขาตายซะ!”
ซูเฟยมองลู่เฉินไม่วางตา “เจ้าตุ๊กตาน้อย ดูให้ดี!”
ครั้นสิ้นเสียง บนฝ่ามือของซูเฟยนั้นมีขวดขนาดเล็กอยู่ใบหนึ่ง และเมื่อขวดใบนั้นเปิดออก ร่างเงาสีดำจึงปรากฏออกมากลายเป็นเสือดำตัวหนึ่ง จากนั้นยืนอยู่ด้านหลังซูเฟย
ทุกคนตกตะลึงขึ้นมา
“สัตว์ศักดิ์สิทธิ์หนึ่งดาว เงาเสือทมิฬ?” ฉีเหยียนตกตะลึง
คน