รู้สึกได้ว่าภายในนั้นรู้สึกเจ็บปวดอยู่มาก ราวกับว่ามีบางสิ่งเหมือนจะระเบิดออกมา
ฉีเหยียนที่มองดูอยู่นั้นหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง
จนกระทั่ง จู่ ๆ ลู่เฉินมายืนอยู่ด้านหน้าฟาเทียน เพลิงพยัคฆ์ปรายตามองเขาราวกับคนโง่ และหันไปมองฉีเหยียนราวกับรอฟังคำสั่ง
ฉีเหยียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดจาเยาะเย้ยขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม เจ้าอยากแสดงพลังขั้นหลอมแก่นแท้ของเจ้าหรือ?”
ผู้คนที่มองดูอยู่รอบ ๆ ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
“ดูนั่น ในที่สุดท่านหมอลู่ก็จะลงมือแล้ว!”
“ท่านหมอลู่จะสามารถจับสัตว์ร้ายได้หรือไม่?”
“น่าจะไม่มีปัญหา เพราะเขาเคยเอาชนะคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดมาแล้ว”
“แต่ข้าได้ยินมาว่า ครั้งนั้นไม่มียอดฝีมือขั้นแปลงเซียนของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดออกมาต่อสู้ มีเพียงยอดฝีมือขั้นก่อกำเนิดเท่านั้น”
…
ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังฉีเหยียน “ให้เจ้าตัวเล็กนี่เข้ามาเถิด”
เมื่อฉีเหยียนเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นฝ่ายยั่วยุตนก่อนก็เผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “ว่าอย่างไรนะ? คิดว่าครั้งที่แล้วสามารถใช้ประโยชน์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดได้ จึงคิดว่าตนเก่งนักหรือ?”
“ลองดูเดี๋ยวก็ได้รู้แล้ว” ลู่เฉินมองฉีเหยียนด้วยรอยยิ้ม
ฉีเหยียนยิ้มเย็นชา “ได้ ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ถึงความน่ากลัวของสัตว์ร้ายที่เรียกมานี้!”
เมื่อพูดจบ ฉีเหยียนจึงหันไปพูดกับเพลิงพยัคฆ์ “กระแทกเขาให้ตาย!”
เพลิงพยัคฆ์เตรียมตัวที่จะพุ่งออกไปทันที โดยคิดจะทำให้ลู่เฉินกระเด