เม็ดแล้ว ดังนั้นหากเขาคิดจะใช้ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งไปกว่านั้น เพลิงพยัคฆ์ได้รับบาดเจ็บจากตั๊กแตนตำขาวแขนทอง จึงไม่มีเรี่ยวแรงในการต่อต้าน จึงทำได้เพียงนอนลงด้วยความหวาดกลัว
แต่ทุกคนไม่รู้ว่าม่านกักกันสัตว์ร้ายคือสิ่งใด โดยเฉพาะฉีเหยียนที่พูดออกมาด้วยความโมโห “เจ้าหนุ่ม ทางที่ดีเจ้าควรรีบปล่อยมันซะ มิเช่นนั้น…!”
“ปล่อยมัน? เช่นนั้น เจ้าก็คิดมากไปเสียแล้ว!”
เมื่อลู่เฉินพูดจบก็เดินเข้าไปภายในม่าน และนำมือข้างหนึ่งวางไว้บนหน้าผากของเพลิงพยัคฆ์
หลังจากนั้น ทุกคนจึงได้เห็นภาพที่น่าตกตะลึง
นั่นก็คือเพลิงพยัคฆ์ได้กลายเป็นซากศพแห้งเหี่ยวไปในทันที อีกทั้งยังไร้ลมหายใจ
ลู่เฉินเก็บม่านกักกันสัตว์ร้ายกลับเข้ามา
“เจ้า เจ้าทำสิ่งใดกับมัน?” เมื่อฉีเหยียนพบว่าตนสูญเสียการติดต่อกับสัตว์ร้ายที่ตนเรียกมานั้นจึงรู้สึกบ้าคลั่งขึ้นมา
ลู่เฉินยิ้ม “ถูกทำลายไปเสียแล้ว”
ทำลาย?
ทุกคนต่างก็อุทานออกมา และทหารยามเหล่านั้นต่างก็คิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะน่ากลัวเพียงนี้
ฉีเหยียนโมโหจนหน้าแดงขึ้นมา “ไปตายซะ!”
เห็นเพียงฉีเหยียนพุ่งทวนไฟเพลิงออกไปอีกหลายครั้ง แต่ ‘กำแพงพันชั้น’ เก้าร้อยชั้นของลู่เฉินได้เปิดออก ทำให้การโจมตีของอีกฝ่ายทำลายกำแพงไปเพียงหกร้อยชั้นเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านั้น เศษชิ้นส่วนที่ร่วงลงมาจากกำแพงนั้นได้ห่อหุ่มฉีเหยียนไว้ทันที
ฉีเหยียนไม่คู่ควรกับการเป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนแม้แต่น้อย เขาหายไปจากต