่างนั้นแน่!”
ลู่เฉินโบกมือ ไข่มุกจึงมาถึงหน้าตนเอง แต่กลิ่นอายของนางหายไป
“หนีเร็วมาก!” เขาเย้ยหยัน และหิมะโดยรอบก็สงบลง
ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยตกตะลึง
ส่วนลู่เฉิน เขา ‘ดูด’ สมบัติวิญญาณทั้งหมดที่นี่ไป
เมื่อเห็นกองสมบัติวิญญาณกลายเป็นเศษเหล็ก ฟาเทียนและทั้งสองก็ดูเป็นทุกข์ แต่พวกเขาไม่ได้พูดอันใดกัน หลังจากที่ดูดซับสมบัติวิญญาณทั้งหมดที่นี่ ในที่สุดเม็ดยาหยางที่เจ็ดของเขาก็รวบรวม ‘เม็ดยาศาสตราวุธ’
ลู่เฉินมองดูร่างกายของเขาด้วยความพึงพอใจ “ยาอสูร ยังขาดอีกเล็กน้อย ส่วนยาซากศพ ข้าเกรงว่ามันคงจะยาก”
ซากศพถึงอย่างไรเสียก็มีคนฝึกฝนน้อย เรื่องนี้เขาไม่ได้คิดมาก ก่อนจะสงบจิตสงบใจ แล้วหันไปมองฟาเทียนกับหานลั่วสุ่ย “ไปกันเถอะ”
ทั้งสองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากติดตามลู่เฉินออกจากสำนักเหมันต์สงัด
นอกภูเขาสำนักเหมันต์สงัด ผู้คนนับไม่ถ้วนรวมตัวกัน และแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับ ลู่เฉิน และคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้างใน แต่เมื่อพวกเขาเห็นชายหนุ่มเดินออกมาอย่างปลอดภัย คนเหล่านั้นก็พูดคุยกัน
จนกระทั่งสลัดพวกเขาทิ้งได้ ลู่เฉินก็มองไปที่หานลั่วสุ่ยและพูดว่า “เจ้าอยู่ในเมืองเหมันต์สงัดเถิด”
“ใต้เท้า ท่านจะไม่ให้ข้าติดตามหรือ?” หานลั่วสุ่ยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
“เมืองเหมันต์สงัด ข้าจะกลับมาไม่ช้าก็เร็ว” ชายหนุ่มรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบลงอย่างปลอดภัย
แม้ว่าหานลั่วสุ่ยจะไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายถึงอันใด แต่เขาก