็ไม่กล้าพูดอันใดอีก และทำได้เพียงพูดอย่างใจดีว่า “ขอรับ นายท่าน”
หลังจากนั้นหานลั่วสุ่ยก็กลับมาที่เมือง ขณะที่ฟาเทียนกำลังงุนงง “ผู้อาวุโส เราจะทำอย่างไรต่อไป?”
“ตามหานักบุญหญิงคนนั้นต่อไป มองหาเตาปรุงยานั่น” ลู่เฉินพูดอย่างเคร่งขรึม
“แต่นางซ่อนตัวอยู่ที่ใด?” ฟาเทียนถามอย่างหดหู่ใจ
ลู่เฉินเอ่ยปากว่า “ข้ารู้!”
ฟาเทียนสงสัยว่าผู้อาวุโสรู้ได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่ได้พูดอันใดมาก เพียงเอาไข่มุกรวบรวมวิญญาณ และจากนั้นก็พาฟาเทียนไปจากที่นี่
…
ใต้ดินทางทิศเหนือของแดนทักษิณา นักบุญหญิงสาปแช่งอยู่ภายในรูปแกะสลักน้ำแข็ง “เด็กคนนี้น่ารังเกียจพอ ๆ กับจอมมารลู่!”
ในตอนนี้ ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดพลันปรากฏตัวขึ้นยืนอยู่หน้าประติมากรรมน้ำแข็ง แสร้งทำเป็นรอรับคำสั่งต่อไป “ไม่ทราบว่าท่านเรียกข้ามาที่นี่เพราะเหตุใด?”
“ข้าให้เจ้าออกจากสำนักเหมันต์สงัดมาที่นี่ย่อมมีประโยชน์อย่างแน่นอน” นางกลับมาได้สติอีกครั้ง และมองไปที่ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดที่หดตัวลงแล้วพูดอย่างเย็นชา
“โปรดพูดมาได้เลยขอรับ”
“เจ้าน่าจะรู้เกี่ยวกับราชาหมาป่าเหมันต์สงัดรุ่นก่อนใช่หรือไม่?”
“รู้ ถึงอย่างไรเสียข้าก็เฝ้าดูมันตาย”
“มันกำลังจะฟื้นคืนชีพ แต่มันต้องการเลือดและพลังของเจ้า ดังนั้นต่อไปเจ้าต้องช่วยมัน”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดพลันตกตะลึง “อันใดนะ?”
“อันใด? ไม่ยินดีหรือ?”
“ไม่ใช่!” ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดส่ายหัว
“ตามแสงนี้ไป” หลังจากที่พูดจ