ย้ยหยัน
ชายหนุ่มยิ้มโดยไม่พูดอันใดสักคำ
“ยิ้มหรือ? อีกเดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้าหัวเราะไม่ออก!” เสียงเกรี้ยวกราดดังมาจากความมืด จากนั้นจึงออกคำสั่ง และเงาลวงตาขนาดยักษ์ก็ยื่นมือออกมาหมายจะปิดมัน
กุ่ยเจี๋ยรีบเข้าไปในร่างเงาลวงตา และวิญญาณอ้างว้างเหล่านั้นก็ต้องการที่จะโจมตีกุ่ยเจี๋ยอย่างเมามันในร่างปีศาจ
แต่การป้องกันห้าร้อยชั้นของกุ่ยเจี๋ยก็ทำให้มันทรงพลัง กลืนวิญญาณที่อ้างว้างจำนวนนับไม่ถ้วนด้านในในคราวเดียว
ด้วยเหตุนี้วิญญาณอ้างว้างที่หลอมรวมกันจึงเโจมตีตนเองและสลายไปในทันที
กุ่ยเจี๋ยถอยกลับไปหาลู่เฉินด้วยความพึงพอใจ
เสียงในความมืดโกรธเกินกว่าจะส่งเสียงได้
ชายหนุ่มมองไปยังสถานที่อันมืดมิดด้วยรอยยิ้ม “ไม่พูดแล้วหรือ?”
“ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ ข้าจะกักเจ้าให้ตายก็ได้สินะ?” อีกฝ่ายพูดอย่างโกรธจัด
“นี่เป็นสิ่งที่ตลกที่สุดที่ข้าเคยได้ยินมา”
“ตลกหรือ? พ่อหนุ่ม เจ้าคิดว่าม้วนวิญญาณกระดูกเข้ามาแล้วยังคิดจะออกไปหรือ?”
ลู่เฉินเอ่ยว่า “เดี๋ยวก่อน ข้าจะจับเจ้าก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
“จับข้าหรือ? ช่างไร้เดียงสา!” อีกฝ่ายพูดอย่างเหยียดหยาม
ชายหนุ่มบิดขี้เกียจ จากนั้นก็เริ่มสร้างยอดเขาของตนเอง ขณะที่กุ่ยเจี๋ยปกป้องมันไว้ ป้องกันไม่ให้วิญญาณที่อ้างว้างเข้ามารบกวน
“เจ้าทำอันใดน่ะ?” อีกฝ่ายทนไม่ไหวและสับสนอยู่ตรงนั้น
“เจ้าจะกักข้าไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้นข้าต้องลงมือเองแล้ว” ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
อีกฝ่ายก่นด่าออกม