ดนะ? รู้จักหรือ?”
“ในดินแดนถ้ำภูตผีมีเคล็ดวิชาแห่งภูตผีชนิดหนึ่งที่เรียกว่าตราประทับภูต แต่มีจอมมารภูตผีเพียงคนเดียวที่ทำเช่นนี้ได้ และนั่นคือจอมมารภูตผีลู่!” คนหามโลงศพตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
ลู่เฉินพูดอย่างปลงอนิจจัง “จอมมารภูตผีลู่…ชื่อยาวเสียจริง”
“แต่จอมมารภูตผีลู่ผู้นี้ตายไปนานแล้ว เจ้าไปเรียนรู้มาได้อย่างไร?” คนหามโลงศพพูดด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว
“เอาล่ะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย เรามาพูดถึงเจ้ากันดีกว่า เจ้าชื่ออันใด? เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นวิญญาณของโลงศพกระดูกนี้”
เมื่อคนหามโลงรู้ว่าเขาถูกตราประทับภูตและไม่สามารถหลบหนีได้ เขาก็โบกมือแล้วเก็บโลงศพกระดูกเล็กกลับไป ก่อนจะพูดอย่างหดหู่ว่า “ข้าชื่อกู่เจียง!”
“โอ้ กู่เจียง?”
“อืม แต่เดิมข้าเติบโตจากกระดูกในแดนชุมนุมภูตผี จากนั้นราชันย์กระดูกภูตก็มาหาข้าและขอให้ข้าหลอมรวมกับโลงศพกระดูกนี้” กู่เจียงพูด
“ราชันย์กระดูกภูต เจ้าก็มาด้วยหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้” กู่เจียงคัดค้านทันที
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถามว่า “แล้วเจ้ามายังโลกนี้จากแดนชุมนุมภูตผีได้อย่างไร!”
“รอยแยก..ข้ามาที่นี่ทางโลงศพกระดูก”
“เหตุใดถึงมาที่นี่?”
“ราชันย์กระดูกภูตบอกให้ข้าทำบางสิ่งแทนคนคนหนึ่ง”
“นักบุญหญิงแห่งสำนักเหมันต์สงัด?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
กู่เจียงส่งเสียงตอบรับแล้วกล่าวว่า “ใช่!”
ลู่เฉินจมอยู่ในภวังค์ความครุ่นคิด “นักบุญหญิงผู้นี้มีความสามารถมาก นางสามารถสมรู้ร