ืนขึ้นมา และปล่อยเคล็ดวิชาภูตออกมาคิดจะโจมตีไปยังชายหนุ่ม
แต่เมื่อกุ่ยเจี๋ยเข้าไปแล้ว เขาทะลุผ่านร่างของพวกมันไปทีละคน กระดูกเหล่านี้ก็กลายเป็นค่อย ๆ สูญเสียวิญญาณและล้มลงไปบนพื้นกระจายหายไปในที่สุด
นักบุญหญิงที่อยู่ในมุมมืดนั้นรู้สึกไม่พอใจ “เจ้าหนุ่ม ของสิ่งนั้นคืออันใดกัน?”
“ราชันย์ภูตสงคราม! แต่พูดกับเจ้าไป เจ้าก็ไม่เข้าใจ!” ลู่เฉินตอบ
นักบุญหญิงจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าไม่สนว่ามันคืออันใด แต่ไม่ว่าอย่างไร มันต้องตาย!”
“โอ้? เช่นนั้นคงต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถนั้นหรือไม่!” ชายหนุ่มหัวเราะออกมา
นักบุญหญิงตะโกนขึ้นว่า “อีกไม่นานเจ้าจะได้รู้แน่!”
หลังจากนั้น บริเวณรอบ ๆ จึงเริ่มมืดสลัวขึ้นมาและเริ่มเงียบสงบยิ่งขึ้น
“ไม่มีเสียงใดแม้แต่น้อย?” ฟาเทียนรู้สึกแปลกใจ
หานลั่วสุ่ยมองไปยังด้านหลังที่ไร้ซึ่งแสงสว่างใด ๆ และบริเวณโดยรอบก็ค่อย ๆ มืดลง ทำให้ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยทำได้เพียงปล่อยแสงสีทองและแสงน้ำสีฟ้าออกมา
แต่แสงของทั้งสองคนนี้ก็สามารถส่องสว่างได้เพียงภายในระยะห้าก้าว หากยิ่งไกลออกไป ก็จะถูกแสงเหล่านี้กลืนกินเข้าไป
ส่วนลู่เฉินนั้นใช้ไข่มุกราตรีสมุทรในการมองไปรอบ ๆ กลับพบว่าเมื่อไข่มุกราตรีสมุทรอยู่ภายในนี้ ประสิทธิภาพของมันลดลงไปเป็นอย่างมาก ทำให้มองเห็นได้เพียงภายในระยะสิบก้าวเท่านั้น
นักบุญหญิงที่อยู่ในมุมมืดเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “อย่างไรกัน? ยังคิดจะใช้ไข่มุกราตรีสมุทรอยู่