ค่อย ๆ อธิบาย
“เช่นนั้นระหว่างทาง เจ้าเคยตื่นขึ้นมาหรือไม่?”
“ไม่!” ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดส่ายหัว
ลู่เฉินสงสัย “หมายความว่า หลังจากนั้นสำนักเหมันต์สงัดเกิดเรื่องใดขึ้น เจ้าไม่มีทางรู้ได้?”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดขานรับพลางพูดต่อไปว่า “นอกจากรายละเอียดเรื่องของนักบุญหญิงผู้นั้น ข้าก็รู้เรื่องราวภายนอกเพียงเล็กน้อย ส่วนเรื่องอื่น ข้าไม่รู้”
“งั้นก็เล่ามา”
“กายเนื้อของนักบุญหญิงผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นหญิงผู้มีความสามารถคนหนึ่ง หลังจากที่กลายเป็นนักบุญหญิงแล้ว นางก็ได้รับการสืบทอดตำแหน่งของสำนักเหมันต์สงัด!”
เมื่อลู่เฉินเข้าใจเช่นนั้นจึงเอ่ยว่า “นอกเสียจากเรื่องเหล่านี้ เจ้ายังรู้อันใดอีกหรือไม่?”
“ไม่รู้แล้ว!”
ลู่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดว่า “สำนักเหมันต์สงัดมีม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์อยู่ มีเพียงนักบุญหญิงแต่ละยุคเท่านั้นที่สามารถดูได้ ส่วนม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ใดนั้น เจ้ารู้หรือไม่?”
“เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ!” ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดส่ายหัว
ลู่เฉินทำได้เพียงพึมพำออกมา “ดูเหมือนว่าข้าต้องตามหานักบุญหญิงผู้นี้แล้วถามถึงม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์นั่น”
เหตุผลที่ลู่เฉินมาที่สำนักเหมันต์สงัดก็เพราะเขาต้องการตามหาม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์ และร่องรอยอาจารย์ของตน
หลังจากที่ลู่เฉินจัดการกับอารมณ์ของตนแล้ว เขาก็มองไปยังราชาหมาป่าเหมันต์สงัด “ตอนนี้ข้าจะปล่อยเจ้าออกไป แต่เจ้าต้องแสร้งว่าหนีออกไปได