ใช่เรื่องใหญ่อันใด” ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดขุ่นเคืองใจ เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบถูกปลุกขึ้นมาเช่นนี้
นักบุญหญิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อย่าดูถูกเจ้าหนุ่มขั้นหลอมแก่นแท้ผู้นี้ เขาไม่ง่ายอย่างที่คิด!”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดมองไปยังลู่เฉินเป็นพิเศษ “ขั้นหลอมแก่นแท้งั้นรึ แค่ลมหายใจของข้าก็ทำให้เขาแข็งตายได้แล้ว!”
เมื่อพูดจบ ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดก็พ่นลมหมอกออกมาทางจมูก โดยมีหมอกสีดำตามออกมาด้วย
เมื่อหมอกนี้สัมผัสรอบกายลู่เฉิน พื้นบริเวณรอบ ๆ ก็แตกร้าวดังเพล้ง แต่ลู่เฉินที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับไม่เป็นอันใด เพราะยังมีลูกไฟหกลูกล้อมรอบกายเขาอยู่
ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยเห็นแบบนี้แล้วก็คลายกังวลอยู่บ้าง
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดสงสัยขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม เจ้าสวมสมบัติวิญญาณใดอยู่อย่างนั้นหรือ?”
“จะจัดการเจ้า จำเป็นต้องสวมสมบัติวิญญาณด้วยหรือ?” ลู่เฉินจ้องมองไปยังราชาหมาป่าเหมันต์สงัดก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อราชาหมาป่าเหมันต์สงัดเห็นดวงตาคู่นั้น มันก็ราวกับมองเห็นสายตาบางอย่างที่น่าหวาดกลัว!
“เป็นไปไม่ได้! ไม่ใช่เขาเด็ดขาด!” จู่ ๆ ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดก็เบิกตากว้าง
ลู่เฉินแสยะยิ้ม “มาเถิด นำทักษะที่แท้จริงของเจ้าออกมาใช้ต่อเถิด!”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดเห็นลู่เฉินยิ้มอย่างพึงพอใจ มันจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างต่างออกไป มันพึมพำออกมา “ไม่น่าจะเป็นจอมมารผู้นั้น!”
“มัวตกใจอันใดอยู่หรือ?” ลู่เฉินถามมัน
เมื่อได้สติกลับมา ราชาหมาป