ร้ซึ่งความหวาดกลัวแต่อย่างใด
ลู่เฉินมองข้ามไอเย็นของหมาป่าเหล่านี้ ก่อนจะ ใช้ให้จักจั่นอัสนีร่วมมือกับตน เมื่อเห็นว่าหมาป่าเหมันต์สงัดตัวหนึ่งตกใจ ก็ปล่อยให้ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองโจมตีต่อ
เมื่อหมาป่าเหมันต์สงัดได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องการหลบหนี ลู่เฉินก็แผ่กลิ่นอายของ ‘ราชันย์อสูร’ ออกมาอีกครั้งเพื่อทำให้พวกมันกลัว
ลู่เฉินเอามือแตะหน้าผากของคู่ต่อสู้ด้วยมือข้างเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังกลืนพลังยุทธ์ของอีกฝ่ายเข้าไป
เช่นนั้นเม็ดยาหยางเม็ดที่แปด ‘เม็ดยาอสูร’ ของลู่เฉินก็เริ่มหลอมรวมเช่นกัน
“พอดีเลย จะได้ใช้หลอมรวมเม็ดยาอสูรที่แปด!” ลู่เฉินเห็นเช่นนี้ก็แอบมีความสุขเล็ก ๆ ในขณะเดียวกันก็มองไปที่ ‘เม็ดยาภาชนะ’ ที่เจ็ด แต่แค่นี้ยังไม่พอ เขาจึงทำได้เพียงทิ้งไว้ก่อน จากนั้นก็กำหนดเป้าหมายเป็นหมาป่าเหมันต์สงัดพวกนี้
หมาป่าเหมันต์สงัดเหล่านี้ได้รับอิทธิพลของเม็ดยาจนคุ้มคลั่ง วิ่งหนีอย่างไม่มีสติ ทว่าลู่เฉินสามารถรั้งพวกมันไว้ได้ ก่อนจะจัดการสังหารทีละตัว
ฉากนี้ทำให้ฟาเทียนอ้าปากค้าง “น่ากลัวไปแล้ว!”
หานลั่วสุ่ยก็ตกตะลึงเช่นกัน “ผู้อาวุโสน่ากลัวจริง ๆ!”
ผู้ที่มองอยู่ตรงนั้นอย่างผู้อาวุโสกระดูกก็ตกตะลึง “เป็นแบบนี้ได้อย่างไร?”
นักบุญหญิงที่อยู่ในความมืดโกรธเกรี้ยว นางตวาดลั่น “ปล่อยราชาหมาป่าเหมันต์สงัดออกมา!”
“คิดจะปล่อยมันจริง ๆ หรือ?” ผู้อาวุโสกระดูกรู้สึกกลัวเมื่อนึกถึงความน่ากลัวของสิ่งนั้น
“ปล