ับไปตามเสียงขลุ่ย
เมื่อเห็นเปลวไฟเหล่านี้ ‘เต้นระบำ’ ฟาเทียนก็อ้าปากค้าง “ผู้อาวุโส เปลวไฟเต้นได้ด้วยหรือ?”
หานลั่วสุ่ยถือได้ว่าได้เปิดโลกทัศน์แล้ว
“มันไม่ได้เต้น มันกำลังสะสมพลังงาน!” ลู่เฉินตอบ
ฟาเทียนงุนงง “สะสมพลัง?”
“มันเป็นเปลวไฟที่สามารถดูดซับเสียงได้ชนิดหนึ่ง”
“เปลวเพลิงที่ดูดซับเสียงได้?” ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยมองหน้ากัน
ลู่เฉินพยักหน้าและพูดต่อว่า “ถูกต้อง เมื่อเปลวเพลิงดูดซับได้ในระดับหนึ่ง มันก็จะระเบิดออก อุณหภูมิของการระเบิดจะสูงขึ้นเป็นร้อยเท่า หรือไม่ก็จะสูงกว่านั้นขึ้นไปอีก!”
ฟาเทียนและพวกทั้งสองต่างถลึงตาเบิกกว้าง
สตรีในชุดแดงเอ่ยเสียงแหบพร่าในความมืด “รู้มากจริง ๆ!”
“ข้ารู้มาก แต่ข้าไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเจ้ากับเซียนขลุ่ยเป็นอย่างไร!” ลู่เฉินเผยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นออกมา
“คนกำลังจะตายไม่จำเป็นต้องรู้!” อีกฝ่ายพูดอย่างเย่อหยิ่ง
ลู่เฉินยิ้ม “เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถจัดการข้าได้ด้วยค่ายกลเล็ก ๆ และเสียงของเจ้าหรือ?”
“แน่นอน!” สตรีชุดแดงพูดอย่างมั่นใจ
ชายหนุ่มตอบกลับอย่างขบขัน “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็คิดผิดแล้ว!”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ความหมายของข้าน่ะรึ ง่ายมาก เจ้าอ่อนแอเกินไปอย่างไรล่ะ!” ลู่เฉินโจมตีอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด
สตรีในชุดแดงตะคอก “รนหาที่ตาย!”
หลังจากพูดจบ เปลวไฟเหล่านั้นก็พุ่งมาที่ลู่เฉิน
ขณะที่มันกำลังจะระเบิด กู่ฉินเพลิงโบราณของลู่เฉินก็เกิดระลอกคลื่นรุนแรง