ย่างไรก็ตามวันนี้ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้!” หลังจากเถียนอวิ๋นเมิ่งพูดจบ นางก็เริ่มลากร่างที่ใหญ่โตของตนเองไปโจมตีลู่เฉิน
ลู่เฉินส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “เมื่อเจ้ากลายเป็นมารที่แท้จริง เช่นนั้นก็ไม่ใช่เจ้าแล้ว!”
ดวงตาของเถียนอวิ๋นเมิ่งค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ กลิ่นอายบนเรือนร่างรุนแรงขึ้น ไอมารแทรกซึมไปทั่วร่างกายแล้ว
ทว่ากลับมีเสียงขลุ่ยดังขึ้น
เสียงขลุ่ยดูเหมือนจะควบคุมเถียนอวิ๋นเมิ่งได้ ทำให้นางไม่กลัวอีกต่อไป และท่ามกลางเสียงขลุ่ยนั้น เถียนอวิ๋นเมิ่งก็สามารถตบหน้าลู่เฉินได้
ลู่เฉินเริ่มเปิดใช้ ‘กำแพงพันชั้น’ และหลังจากเถียนอวิ๋นเมิ่งทุบทำลายได้ห้าร้อยชั้น ชายหนุ่มก็ใช้ผงสีทองปกคลุมร่างของเถียนอวิ๋นเมิ่งไว้ ทำให้เถียนอวิ๋นเมิ่งกลายเป็นรูปปั้นทองคำในทันใด
จากนั้นชายหนุ่มก็ดึงกระบี่สยบเก้าทิศออกมา เมื่อเขากำลังจะกำจัดเถียนอวิ๋นเมิ่ง วิญญาณหลักก็บินออกจากร่างของเถียนอวิ๋นเมิ่งพร้อมด้วยไอมารที่ทะลักทลายออกมา
ลู่เฉินพูดกับแมวมารมายาทันที “หยุดนางไว้!”
แมวมารมายาไล่ตามไป แต่ทันใดนั้นเสียงขลุ่ยอันทรงพลังก็กระทบกับแมวมารมายา มันกลิ้งไปในอากาศ พูดด้วยความโกรธเคืองว่า “ใคร!”
ลู่เฉินจึงพูดกับแมวมารมายาที่มองไปรอบ ๆ ว่า “กลับมา!”
ทว่าแมวมารมายาไม่เต็มใจนัก ดังนั้นสุดท้ายลู่เฉินจึงต้องพูดว่า “ที่เหลือให้ข้าจัดการเอง!”
มันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอยไปที่แขนของลู่เฉิน
ว่าแล้วชายหนุ่มก็ใช้ ‘ไข่มุกราต