รีสมุทร’ มองเข้าไปในความมืด จนได้เห็นกลุ่มสตรียืนอยู่ โดยหัวหน้าของสตรีกลุ่มนั้นสวมอาภรณ์สีแดง และกำลังเป่าขลุ่ยสีแดง
นางสวมผ้าคลุมหน้าสีแดง แม้แต่ไข่มุกราตรีสมุทรก็มองไม่เห็นใบหน้า
“ไข่มุกราตรีสมุทรก็ไม่ได้หรือ?” ลู่เฉินประหลาดใจ เขาคลายน้ำแข็งบนร่างของฟาเทียนออก แล้วลากเจ้าตัวกับหานลั่วสุ่ยเดินไปทางเดียวกัน
หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ร้อยก้าว ลู่เฉินและพวกทั้งสามคนก็เห็นสตรีกลุ่มนั้นอีกครั้ง
พวกนางหยิบขลุ่ยออกมา คราวนี้ขลุ่ยเป็นสีมรกตทั้งหมด พลานุภาพไม่น้อยแต่อย่างใด
เสียงขลุ่ยทรงพลังทำให้หานลั่วสุ่ยและฟาเทียนเจ็บปวดรวดร้าวจนไม่อยากมีชีวิตต่อ
ลู่เฉินจึงหยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมาทันที ซึ่งคลื่นเสียงของมันก็ทำให้เสียงขลุ่ยจางไป ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยจึงรู้สึกดีขึ้น
แต่พวกเขากลับก็มีเหงื่อแตกพลั่กออกมา ดูอ่อนกำลังยิ่งกว่าเดิม
ส่วนสตรีเหล่านั้น หลังจากที่เห็นลู่เฉินต่อต้านเสียงขลุ่ยด้วยกำลังของตน พวกนางก็ต่างตกใจ
ลู่เฉินมองไปที่สตรีคนหนึ่งและถามขึ้นว่า “เซียนขลุ่ย นั่นคือผู้ใด?”
อีกฝ่ายไม่พูด ก่อนที่ไม่นานรอบตัวลู่เฉินจะมีเปลวไฟล้อมรอบ และเปลวไฟเหล่านี้ก็แผดเผาร่างกายของลู่เฉินทันที
ลู่เฉินจึงแค่นเสียง “คาถาเสียงเพลิงเป็นของดี แต่เมื่อไฟเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของข้า มันจะอยู่นอกเหนือการควบคุมของเจ้า!”
สตรีคนนั้นไม่เชื่อ นางเร่งเปลวไฟให้ลุกท่วม แต่เปลวไฟนี้กลับสลายหายไปต่อหน้าต่อตา!
สายตาของส