รึ!”
“นั่นเป็นพลังวิเศษที่ผู้อาวุโสอวยพรให้ข้า” ฟาเทียนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
เถียนอวิ๋นเมิ่งอารมณ์เสีย สั่งให้ร่างทั้งสิบโจมตีต่อไปอย่างดุเดือด
ทว่าฟาเทียนยังคงเพิกเฉยต่ออีกฝ่าย ในขณะที่ผู้อาวุโสกระดูกที่เฝ้ามองจากความมืดก็ได้เผยสีหน้าย่ำแย่อีกครั้ง “ไร้ประโยชน์จริง ๆ แม้แต่หลวงจีนน้อยคนหนึ่งก็ไม่สามารถจัดการได้!”
“ออกคำสั่งให้นางใช้ไม้ตาย” เสียงของนักบุญหญิงพูดขึ้น
ผู้อาวุโสกระดูกส่งเสียงขานรับแล้วออกไปตามคำสั่ง
เมื่อผู้อาวุโสกระดูกปรากฏตัวอีกครั้ง เถียนอวิ๋นเมิ่งก็ตกตะลึง “เหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่?”
“นักบุญหญิงให้เจ้าใช้ไม้ตายของเจ้า!”
“อันใดนะ?” เถียนอวิ๋นเมิ่งมีสีหน้าดูไม่ได้
ผู้อาวุโสกระดูกมองไปที่ลู่เฉิน จากนั้นก็หายไป
เถียนอวิ๋นเมิ่งมองที่ฟาเทียนและลู่เฉิน ก่อนจะกัดฟันกรอด “ข้าต้องสู้กับเจ้าจนตายกันไปข้าง!”
ฟาเทียนยั่วยุ “มาเลย มาดูกันว่าเจ้ามีไม้ตายอันใด!”
ทันใดนั้นร่างทั้งสิบของเถียนอวิ๋นเมิ่งก็ทับซ้อนกัน นางหยิบไข่มุกอันเย็นเยือกออกมาแล้วยัดเข้าไปในปาก
ครู่ต่อมาร่างกายของเถียนอวิ๋นเมิ่งก็เย็นจัด แม้แต่ขนตาและเส้นผมก็ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง นางโบกมือ ทำให้ฟาเทียนพลันถูกแช่แข็งด้วยความเย็นอันทรงพลัง
หานลั่วสุ่ยตกใจ “ช่างเป็นคาถาน้ำแข็งที่ทรงพลังจริง ๆ”
“ไม่ใช่ว่าเคล็ดวิชาของนางแข็งแกร่ง แต่ไข่มุกนั่นทรงพลังมากต่างหาก” ลู่เฉินจ้องที่ไข่มุก
หานลั่วสุ่ยสงสัย “ไข่มุกนั่นคืออันใด?”
“น