ภูเขาแม้แต่น้อย
ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ “มาเถอะ ไปดูกันสักหน่อย ข้าอยากจะดูว่าสำนักเหมันต์สงัดจะทำอันใดได้บ้าง”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็เริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า ฟาเทียนรีบเดินตามไปติด ๆ ส่วนหานลั่วสุ่ยและคนอื่น ๆ ก็พากันตามไปเช่นกัน
แต่เมื่อทุกคนเดินขึ้นไปบนภูเขาได้ครึ่งทาง เกล็ดหิมะภายใต้ท้องฟ้าก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังพวกเขาก็ถูกแช่เย็นจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
หานลั่วสุ่ยเป็นยอดฝีมือในการใช้ไอเย็น ดังนั้นเขาจึงทนต่ออากาศที่เย็นยะเยือกเช่นนี้ได้ แต่เมื่อเขาเห็นคนที่อยู่ข้างหลังกลายเป็นเช่นนี้ ชายหนุ่มก็ขมวดคิ้ว “นายท่าน ดูนั่นสิ!!”
ลู่เฉินเองก็เห็นเช่นกัน แต่เขาก็ทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นแล้วยิ้ม “คิดว่าเจ้าจะสามารถแช่แข็งผู้คนได้ด้วยค่ายกลเยือกแข็งงั้นหรือ?”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็หยิบศิลาวิญญาณออกมาสองสามก้อนและถือไว้ในมือของเขา หลังจากวาดอักขระยันต์สองสามตัว ศิลาวิญญาณก็เป็นดั่งไฟที่โหมกระหน่ำ
จากนั้นชายหนุ่มก็โยนไฟที่โหมกระหน่ำนั้นออกไป โจมตีไปยังหลายตำแหน่งในค่ายกล
อัดใจถัดมา เกล็ดหิมะก็สลายไป และเปลวไฟบางส่วนยังคงตกลงมาจากท้องฟ้า ส่งผลกระทบกับภูเขาโดยตรง
หิมะหลายแห่งบนภูเขาละลายหายไปทันที
ไม่เพียงแค่นั้น กลุ่มคนที่ถูกแช่แข็งด้านหลังก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวเช่นกัน
ฉากนี้ทำให้ผู้คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดตกตะลึง ส่วนหานลั่วสุ่ยก็ตกใจยิ่งกว่าเดิม “นายท่า