เตรียมการป้องกันใด ๆ ทำให้ใบมีดโจมตีไป๋เหล่าเอ้อร์ในทันที
ไป๋เหล่าเอ้อร์หลั่งเลือดออกมาในพลันนั้น เจ้าตัวตกใจจนต้องหันไปตะโกนยังราชันย์แมลงลม “ถอย!”
เมื่อทั้งสองคิดจะหนี จักจั่นอัสนีปรากฏตัวออกมา มันฟาดสายฟ้าออกไปทันที ทำให้ทั้งสองคนตัวชาดิกอยู่พักหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ตั๊กแตนตำข้าวแขนสีทองที่อยู่ด้านหลังก็ได้ปล่อยเงามีดสีทองออกมา
เพียงไม่นาน ร่างกายของทั้งสองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส บีบให้วิญญาณต้องหนีออกไปจากเนื้อกาย เหลือเพียงร่างที่ล้มนอนอยู่บนพื้น
ผู้คนในบริเวณนั้นรู้สึกสับสนขึ้นมา
บางคนถึงกับขยี้ตาตัวเองเบา ๆ “นี่คือแมลงอันใดกัน?”
ทุกคนต่างไม่รู้จัก ไม่นานก็เริ่มถกเถียงกันขั้นมา ส่วนลู่เฉินกลับไปยังที่นั่งของตน แล้วดื่มชาต่อไป
ฟาเทียนยิ้มพลางเอ่ยออกมา “ผู้อาวุโส ท่านทำให้พวกเขากลัวจนตายได้เลยนะขอรับ”
“ข้าเพียงอยากให้พวกเขารู้ว่าข้าไม่ใช่คนที่จะทำร้ายได้ง่าย ๆ!” ลู่เฉินพูดพลางยกยิ้มด้วยความมั่นใจ
ฟาเทียนพูดด้วยความนับถือ “ผู้อาวุโสช่างเก่งกาจนัก!”
ลู่เฉินไม่ตอบ ปล่อยให้วิญญาณทั้งสองหนีไปยังป่าเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองเหมันต์สงัด
เมื่อทั้งสองเห็นว่าลู่เฉินไม่ได้ไล่ตามมา ราชันย์แมลงลมก็พูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ไอ้เวรนั่นสมควรตาย”
“สองตัวนั้น แท้จริงแล้วคือแมลงอันใดกัน?” ไป๋เหล่าเอ้อร์อยากรู้เป็นอย่างมาก
ราชันย์แมลงลมเล่นแมลงในป่าพลางคิดทบทวนอย่างละเอียด หลังจากขมวดคิ้วครุ่นคิดพักหนึ่งก