ปจากที่นี่
ภายในรูปปั้นนั้น นักบุญหญิงพึมพำขึ้นมาว่า “ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้กับจอมมารลู่ แท้จริงแล้วมีความสัมพันธ์กันเช่นไร!”
ขณะที่นักบุญหญิงกำลังแปลกใจอยู่นั้น โหย่วหลงจึงเดินออกมา
“นักบุญหญิง”
“มีเรื่องใดหรือ?” นักบุญหญิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ช่วงนี้มีบางคนมายังวังเหมันต์สงัด และผู้อาวุโสกระดูกบอกว่าคนเหล่านี้ค่อนข้างพิเศษ ต้องการให้ข้าจัดการที่พักให้พวกเขา”
“เจ้าเพียงแค่ทำตามก็พอ”
“เช่นนั้น คนเหล่านี้คือ?” โหย่วลงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“รอถึงเวลานั้นก็จะได้รู้” นักบุญหญิงคร้านจะอธิบาย
โหย่วหลงจึงทำได้เพียงถอยหลังออกไป แต่โหย่วหลงมักจะรู้สึกแปลก ๆ จึงหาสถานที่ที่ไร้ผู้คน จากนั้นก็สื่อสารกับลู่เฉินผ่านยันต์หุ่นเชิด
ขณะนั้น ชายหนุ่มยืนอยู่ด้านข้างฟาเทียน เฝ้ามองดูเขากำลังค่อย ๆ เพิ่มพลังปราณภายในค่ายกลที่ชายหนุ่มเตรียมพร้อมไว้
แต่เมื่อถูกโหย่วหลงเรียกเข้าก็จำต้องรีบนั่งลงทันที จากนั้นเขาก็หลับตาทั้งสองข้างลง
ขณะนั้นเอง ร่างของโหย่วหลงปรากฏอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน พลางเอ่ยด้วยความเคารพ “นายท่าน”
“ว่ามา เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“เมื่อไม่นานมานี้ ผู้อาวุโสกระดูกพาคนแปลก ๆ กลับมา”
“โอ้? ผู้ใดกัน?”
“มีหญิงกลุ่มหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีขาว มีผ้าปิดหน้าสีขาว และหญิงที่เป็นผู้นำยังสวมชุดสีแดง ด้านหลังมีขลุ่ยผิวสีแดงเสียบไว้หนึ่งเลา” โหย่วหลงอธิบายอย่างละเอียด
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น “ขลุ่ยแดงของเซียนขลุ่ย?”
“เ